นอภ.กระทุ่มแบน ลุยตรวจโรงงานผ้านวม เร่งหาต้นเหตุไฟไหม้ พร้อมกันพื้นที่อันตราย

จากเหตุเพลิงไหม้บริษัทสุริยะผ้านวม จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 324- 324/1 หมู่ 4 ซอยวปอ. 11 ถนนเศรษฐกิจ 1 ต.ท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นผู้ผลิตผ้านวมและชุดเครื่องนอนรายใหญ่ในพื้นที่อำเภอกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมานั้น

ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น.ของวันที่ 23 พฤศจิกายน นายบรรพต จันทรวงษ์ นายอำเภอกระทุ่มแบน พร้อมด้วย ปลัดอำเภอ รองนายก อบต.ท่าไม้ ปลัด อบต.ท่าไม้ เจ้าหน้าที่วิศวกรโยธาฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าตรวจพื้นที่เกิดเหตุอีกครั้ง โดยมีนายวิชัย เจริญชนม์กุล อายุ 52 ปี เป็นเจ้าของโรงงานและนายบำเพ็ญ คงสกุล ผู้จัดการโรงงาน ได้ให้ข้อมูลกับนายอำเภอกระทุ่มแบนและรับทราบแนวทางการปฏิบัติหลังเกิดเหตุ ซึ่งเบื้องต้นจะต้องทำการปิดโรงงานชั่วคราว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบความเสียหาย อันตราย และการซ่อมแซมแก้ไข ขณะที่ทางนายก อบต.ท่าไม้ก็ได้ออกประกาศเขตเพลิงไหม้ ไว้เป็นการชั่วคราว ส่วนทางด้านของพิสูจน์หลักฐาน (พฐ) นั้น จะเข้ามาดำเนินการตรวจหาต้นเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ต่อไป

นายบรรพต จันทรวงษ์ นายอำเภอกระทุ่มแบน เปิดเผยว่า หลังจากการตรวจพื้นที่แล้วก็จะนำเข้าสู่กระบวนการประกาศเขตเพลิงไหม้ เพราะมีเนื้อที่เกิน 1 ไร่ และควบคุมสถานที่ไม่ให้มีใครเข้าไป โดยจะต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการระดับจังหวัดเป็นผู้พิจารณาว่าจะมีคำสั่งให้ดำเนินการอย่างไรต่อไปภายใน 45 วัน
ส่วนนายโซ คนงานชาวเมียนมา ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ตอนนั้นตนเองทำงานอยู่ตรงจุดที่เกิดเหตุ โดยตอนนั้นตนเองทำหน้าที่คุมเครื่องปั่นฝ้าย แต่โซ่เกิดหลุดตนจึงหยุดเดินเครื่อง เพื่อจะเอาโซ่ขึ้นมาคล้องไว้ แต่ในช่วงจังหวะที่ตนกำลังหันหลังก้มเก็บโซ่ ก็ได้ยินเสียงดังแป๊ะจากข้างบนแล้วหล่นลงมาที่พื้น พอหันกลับไปมองก็เห็นไฟลุกท่วมเส้นด้าย ซึ่งพวกตนได้พยายามที่จะใช้ถังดับเพลิงฉีดพ่น แต่ไม่เป็นผล เพลิงได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว

แม่ค้าขายส้มตำหน้าโรงงานผ้านวม กล่าวว่า ขณะนั้นตนเองขายของอยู่เห็นกลุ่มควันลอยขึ้นมา ซึ่งทีแรกไม่คิดว่าจะเกิดไฟไหม้ใหญ่ขนาดนี้ แต่พอสักพักเห็นคนงานรีบขนย้ายสินค้า และสิ่งของต่างๆ ออกมา จากนั้นมีไฟลุกท่วมหลังคา ซึ่งตกใจมากเพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้

สำหรับเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงงานผ้านวมครั้งนี้ คาดว่าน่าจะมาจากไฟฟ้าลัดวงจร โดยรอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบ ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นมีทั้งกับตัวอาคารโรงงาน เครื่องจักรกลกว่า 10 เครื่อง และวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการผลิต รวมถึงสินค้าที่ผลิตเป็นที่เรียบร้อยรอการบรรจุภัณฑ์ ซึ่งค่าเสียหายคาดไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เหยี่ยวถลาลม : มาตรฐานกับพฤติการณ์
บทความถัดไปคุณภาพคือความอยู่รอด ตอน คุณภาพของ StartUp : โดย วิฑูรย์ สิมะโชคดี