เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 8 ธันวาคม คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายอดิศร เพียงเกษ โฆษกพรรคร่วมฝ่ายค้าน นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ประธานภาคอีสานพรรคเพื่อไทย นายพงศกร อรรณนพพร ผู้อำนวยการการเลือกตั้งจังหวัดขอนแก่นพรรคเพื่อไทย และ ส.ส.ขอนแก่น ส.ส.ในภาคอีสาน พรรคเพื่อไทย เปิดปราศรัยย่อยที่สนามหน้าวัดดาวเรือง หมู่ 18 บ้านเม็ง ต.บ้านเม็ง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ซึ่งมีประชาชนมาร่วมรับฟังประมาณ 400 – 500 คน

ก่อนขึ้นเวทีคุณหญิงสุดารัตน์ได้เดินพบปะพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยประชาชนต่างบอกเล่าถึงความรู้สึกยินดีที่ได้พบปะคุณหญิงสุดารัตน์และถือโอกาสสะท้อนปัญหาต่างๆและหวังว่าในอนาคตหากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

คุณหญิงสุดารัตน์ได้ขึ้นเวทีปราศรัย โดยสอบถามความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะราคาพืชผลทางการเกษตรสถานภาพทางเศรษฐกิจซึ่งทราบว่ายากจนกันถ้วนหน้า “คนจนหมดทั้งประเทศจริงๆตามที่รัฐบาลได้ประกาศไว้”
ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยย้ำถึงกฎกติกาที่บิดเบี้ยวกลไกต่างๆที่ทำให้พรรคซึ่งได้เสียงอันดับ 1 ไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้และเมื่อเสียงในสภาไม่พอก็ต้องคอยมาฉกงูเพาะฟาร์มงูเห่า แต่อย่างไรก็ตามขอให้พี่น้องมั่นใจว่านายธนิก มาสีพิทักษ์ ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 พรรคเพื่อไทย เข้าไปทำหน้าที่ผู้แทนจะไม่เป็นงูเห่าแน่นอน
“เสียงของธนิกจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงให้เราเป็นรัฐบาลได้ในอนาคต เพราะวันนี้เสียงของฝ่ายค้านและรัฐบาลใกล้ๆกัน เลือกเบอร์อื่นเลือกคนอื่นเขาไปอยู่พรรคที่สนับสนุนพ่อใหญ่ประยุทธ์ให้เป็นนายกฯ เขาก็ไปยกมือให้พ่อใหญ่ประยุทธ์ได้เป็นนายกฯต่อ พ่อใหญ่ประยุทธ์และรัฐบาลจะซื้อเรือดำน้ำ พรรคที่สนับสนุนพ่อใหญ่ประยุทธ์เขาก็ต้องไปยกมือให้ซื้อเรือดำน้ำ แต่ถ้าเลือกธนิก นายธนิกจะเข้าไปยกเลิกซื้อเรือดำน้ำ จะเข้าไปเรียกร้องให้พี่น้องได้ค่าชดเชยภัยแล้งน้ำท่วม นายธนิกนี้แหละจะเข้าไปทวงหนี้ให้”

คุณหญิงสุดารัตน์ระบุว่า ครั้งนี้จะเป็นโอกาสที่พี่น้องได้ตัดสินใจว่าจะเอาเศรษฐกิจความเป็นอยู่แบบในปัจจุบัน หรือจะร่วมกันเปลี่ยนแปลงเดินหน้าไปสู่ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเหมือนสมัยรัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดังนั้นถึงเวลาที่ต้องส่งเสียงไปถึงผู้มีอำนาจว่าชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนนั้นยากลำบาก อย่างไรก็ตามทราบข้อมูลว่ามีการให้เงินให้ทอง ดังนั้น วันกาบัตรขอให้พี่น้องตัดสินใจเพราะผลประโยชน์ที่เขานำมาให้ก็เป็นผลประโยชน์เพียงชั่วครั้งชั่วคราวและที่สำคัญคราวนี้แบ่งคะแนนไม่ได้เพราะกังวลว่าเขาจะโกงอีก ต้องไปเลือกให้ถล่มทลายได้รับชัยชนะจะมาขอข้าวกินขอตำบักหุ่งกิน 1 จาน
ด้านนายธนิก มาสีพิทักษ์ ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 พรรคเพื่อไทย ได้ขึ้นเวทีปราศรัย โดยกล่าวว่า วันนี้มาพูดมาคุยมีความตั้งใจมาเป็นตัวแทนของพี่น้องทุกคนทั้ง อ.มัญจาคีรีและ อ.หนองเรือ ยืนยันให้ความสำคัญอย่างเท่าเทียมกันขอพี่น้อง อย่ากังวลว่านายธนิกจะดูแลในเฉพาะอำเภอบ้านเกิด วันนี้นายธนิกจะขอมาเป็นเพื่อน มาขอเป็นพี่เป็นน้องมั่นใจว่าจะเอาปัญหาต่างๆไปพูดคุยในสภาผู้แทนราษฎรแทนพี่น้องประชาชน
นายธนิก ระบุว่าไปมาหลายหมู่บ้านพบพี่น้องประชาชนมีปัญหาเรื่องราคาข้าวแต่ด้วยความพร้อมจะทำหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ดังนั้นขอโอกาสจากพี่น้องประชาชนให้เข้าไปเป็นตัวแทนข้าวราคาตกต่ำใช่หรือไม่วันนี้จะขอเข้าไปทวงสัญญาแทนพี่น้องทวงสัญญาราคาข้าวตามที่บางพรรคการเมืองได้หาเสียงไว้จะเข้าไปทวงค่าแรงให้พี่น้องประชาชนขอให้เลือกพรรคเพื่อไทยเพื่อส่งสัญญาณไปถึงรัฐบาลว่าการบริหารของรัฐบาลที่พี่น้องประชาชนไม่พอใจจึงขอเข้าไปทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายธนิกกล่าวปราศรัยจบ ได้ก้มลงกราบพี่น้องประชาชน จนได้รับเสียงปรบมือเป็นกำลังใจอย่างท่วมท้น
ด้านนายอดิศร เพียงเกษ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยเช่นกัน โดยกล่าวว่า ขอชาว อ.หนองเรือแสดงจุดยืนต้านรัฐบาลสืบทอดอำนาจจากการรัฐประหาร แสดงจุดยืนต่อต้านการบริหารที่ไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจปากท้องของพี่น้องประชาชนรวมถึงราคาพืชผลทางการเกษตรดีได้และต้องแสดงจุดยืนว่าพลเอกประยุทธ์ต้องออกไป ลูกน้องพลเอกประยุทธ์ต้องออกไป
ผู้สื่อข่าวได้สังเกตการปราศรัยของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ว่ามีช่วงหนึ่งที่น้ำตาซึม และชาวบ้านที่มาฟังก็น้ำตาซึมไปพร้อมกับคุณหญิงหน่อยด้วย โดยกล่าวว่า ทุกครั้งที่มาอีสาน และมาหาเสียงช่วยนายธนิก ใน อ.หนองเรือ และ อ.มัญจาคีรี ได้เห็นต้นข้าวในทุ่งนาตายหมด เมื่อสอบถามกับชาวบ้านบอกว่าเจอเรื่องภัยแล้งซ้ำซาก และไม่ได้รับการเหลียวแลจากรัฐบาล จึงเกิดความเศร้าสะเทือนใจอย่างมาก

หลังจากนั้น ในช่วงบ่ายนายธนิกนำคุณหญิงสุดารัตน์ขึ้นรถแห่รอบตำบลโนนทันขึ้นรถปราศรัยกราบขอคะแนน โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นเดินออกมาต้อนรับริมรั้วบ้านพูดจาทักทายกับคุณหญิงสุดารัตน์ด้วยรอยยิ้ม

