ปิดตำนานเหมืองทองคำภูทับฟ้า จ.เลย ชาวบ้านหวังฟื้นฟูเป็นแหล่งท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัททุ่งคำ จำกัด เจ้าของสัมปทานเหมืองแร่ทองคำ อ.วังสะพุง จ.เลย ตั้งอยู่ที่ 179 หมู่ที่ 3 ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง ซึ่งทำเหมืองทองคำ เงินและทองแดง มีพื้นที่ทั้งหมด 6 แปลง 3 แปลงแรกได้รับสัมปทานตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2546 – 22 มกราคม 2571 รวมพื้นที่ 592 ไร่ 3 งาน 32 ตารางวา และอีก 3 แปลงได้รับสัมปทานช่วง 27 กันยายน 2545 – 26 กันยายน 2570 รวมพื้นที่ 697 ไร่ 5 งาน 32 วา

และได้เริ่มถลุงแร่เมื่อ ปี พ.ศ. 2551 และต่อมาได้มีข้อพิพาทกับชาวบ้านรอบเหมืองทอง ทำให้ 6 หมู่บ้านรอบเหมือง ได้ล่มสลายและแตกแยกของชุมชนรอบเหมือง ผู้คนทยอยเจ็บป่วยและล้มตาย แถมถูกละเมิดทั้งการใส่ร้ายป้ายสี ข่มขู่ คุกคาม ปิดล้อม ทำร้าย และใช้กฎหมายฟ้องทั้งคดีแพ่ง-อาญาเรียกค่าเสียหาย กับชาวบ้านที่เรียกตนเองว่า กลุ่มคนรักบ้านเกิด มากกว่า 20 คดี และเรียกค่าเสียหายกว่า 100 ล้านบาท ต่อมาธนาคารดอยช์ แบงก์ เอจี เป็นโจทก์ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลล้มละลายกลางขอให้บริษัท ทุ่งคํา จํากัด จําเลยล้มละลาย และได้มีคําสั่งลงวันที่ 14 ก.พ. 2561 ให้พิทักษ์ทรัพย์ของ บริษัท ทุ่งคํา จํากัด จําเลย เด็ดขาด ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483

ล่าสุดเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ พร้อมกับกลุ่มคนรักบ้านเกิด 6 รอบเหมืองทอง นำคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดได้ติดป้ายอายัดทรัพย์ในเหมืองทอง โดยได้มีกลุ่มชาวบ้านได้เฝ้ายามรักษาทรัพย์สิน ซึ่งมีเครื่องจักร ที่ดิน สินแร่ทองแดงที่มูลค่ารวมๆกว่า 300 ล้าน รอวันที่กองบังคับคดีจะนำทรัพย์สินของบริษัทขายทอดตลาด เพื่อชดใช้หนี้ให้กับเจ้าหนี้ ผู้สื่อข่าวลงตรวจพื้นที่ พบว่าในเหมืองทั้งด้านอาคาร โรงแต่งแร่และเครื่องจักรอยู่ภายในเหมือง ส่วนใหญ่มีสภาพชำรุดใช้การไม่ได้ มีหญ้าขึ้นปิดบัง เนื่องได้หยุดกิจการไปหลายปีรวมทั้งบ่อเก็บกากสารไซยาไนด์ ได้แห้งขอด และยังมีสินแร่ทองแดงบรรจุในถุงบิ๊กแบ็คจำนวน 190 ถุง ซึ่งมีมูลค่า 13 ล้านบาท ชาวบ้านรอบเหมืองยังคงกังวลการรื้อถอนหวั่นสารไซยาไนด์ ที่อยู่ในถัง ในท่อ ในแท็กขนาดใหญ่ ที่ยังคงค้างอยู่ในโรงคัดแยกแร่ กลัวว่าจะมีสารพิษตกค้างและซึมลงในพื้นที่ พร้อมหวังขบวนการสิ้นสุดทางการจะฟื้นฟูให้เป็นแหล่งเรียนรู้และการท่องเที่ยวต่อไป

ด้านนายสุนทร หงชัย หนึ่งในแกนนำคนรักบ้านเกิด เผยว่า ขณะนี้ในตัวเหมืองโดยเฉพาะโรงคัดแยกแร่จะยังมีสารไซยาไนด์ และสารเคมีชนิดอื่นที่ใช้ในขบวนการแยกคัดแร่ทองคำ ที่ยังคงค้างตามท่อ ตามแท็งขนาดใหญ่ ในจุดนี้จะมีการปนเปื่อนสารเคมีเหล่านี้ เพราะยังมีกลิ่นที่ฉุนมาก ชาวบ้านเองไม่มีความรู้เรื่องนี้การกำจัดสารพิษเหล่านี้ จึงกังวลเวลาจะรื้อถอน สารพวกนี้จะไปไหนขบวนการที่จะจัดการกับเรื่องสารพิษเหล่านี้ จึงอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาจัดการในเรื่องให้ถูกต้อง

ส่วนทางด้านในสมัย ภักดิ์มี ประธานกลุ่มคนรักบ้านเกิด ได้เผยอีกว่า เรายังหวังหลังจากได้ยุติการทำเหมืองทอง และได้ล้มละลายไป ถือว่าในเรื่องนี้เป็นชัยชนะของชาวบ้านที่ได้รวมกันต่อสู้และคัดค้านต่อต้านมากว่า 12 ปี ที่ชาวบ้าน 6 หมู่บ้านรอบเหมืองทอง ได้รับผลกระทบจากสารพิษจากขบวนการทำเหมือง และต่อจากนี้ไป อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีแผนฟื้นฟูและพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ให้เป็นรูปธรรม เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวของชุมชนเขาหลวงในอนาคตต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ตาชั่งพันดาว 9ธ.ค.62 : โดย พีระมิด
บทความถัดไปสะพานแห่งกาลเวลา : รัสเซียกับการคุมอินเตอร์ขั้นสูงสุด