“ผู้ตรวจราชการสธ.” ลั่นต้องเอาผิดโทษสูงสุดคนไข้ก่อเหตุทำร้ายแพทย์ ด้านญาติอ้างป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

11.12.19 | 17:30 น.

จากกรณีที่เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.มีคนไข้หญิงล็อคคอแพทย์ แล้วใช้กรรไกรทำร้ายร่างกาย ขณะออกตรวจคนไข้ในหอผู้ป่วยภายในโรงยาบาลชุมแพ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น สาเหตุเพราะแพทย์ตรวจโรคให้ตนเองช้า โดยหลังจากเกิดเหตุแพทย์หญิง อายุ 25 ปี ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ชุมแพ พร้อมทั้งนำคลิปวีดีโอไปให้ร้อยเวรตรวจสอบ ซึ่งนี่เป็นคลิปเหตุการณ์ที่คนไข้มารักษาเกี่ยวกับอาการภูมิแพ้ ภายในห้องอายุรกรรมหญิง โรงพยาบาลชุมแพ ก่อเหตุคลุ้มคลั่งพร้อมตะโกนว่า “เป็นลูกเทพลูกเทวดา ถ้าตรวจช้าแบบนี้มาตายพร้อมกันไปเลย” ก่อนจะกระโดดล็อกคอแพทย์หญิงวัย 25 ปี ในขณะกำลังออกตรวจคนไข้ในหอผู้ป่วย จากนั้นก็คว้ากรรไกรพุ่งเข้าจะแทงลำคอ แต่ยังโชคดีที่แพทย์หญิงยกแฟ้มเอกสารขึ้นมาบังเอาไว้ได้ทันเวลา ทำให้คมกรรไกรจิ้มไปที่แฟ้มแทน ท่ามกลางเสียงร้องขอความช่วยเหลือ จนพยาบาลเข้ามาช่วยเหลือได้ทัน ขณะที่พยาบาลที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ในวันเกิดเหตุมีญาติผู้ป่วยบอกพยาบาลว่าคนไข้รายดังกล่าว ได้ถือกรรไกรเดินตามคุณหมอ ไปให้พยายาบตามไปดูหน่อย ซึ่งมาถึงพบว่าคนไข้รายนี้กำลังลงมือก่อเหตุตามคลิปวีดีโอ

โดยล่าสุด เมื่อวันที่11 ธ.ค.63 ที่โรงพยาบาลชุมแพ จ.ขอนแก่น แพทย์หญิงวิพรรณ สังคหะพงศ์ รักษาการผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 7 พร้อมด้วย แพทย์หญิงดวงพร อัศวราชันย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมแพ นายแพทย์สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์ สสจ.ขอนแก่น และ พ.ต.อ.ถนอมศิลป์ วงศ์วิจารย์ ผกก.สภ.ชุมแพ ชี้แจงถึงกรณีที่เกิดขึ้น

แพทย์หญิงวิพรรณ กล่าวว่า จะดำเนินการให้ถึงที่สุดเมื่อเกิดเหตุการณ์กับผู้ที่กระทำความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นที่ห้องฉุกเฉินเป็นการเล่นกันเอง หรือเกิดจากคนไข้ ทุกอย่างจะมีมาตรการสูงสุด ในกรณีนี้ การดำเนินคดี จะให้เป็นความผิดที่สูงสุดเพื่อไม่เป็นเยี่ยงอย่างและให้หลาบจำ เพราะเหตุการณ์นี้ดูจากเหตุการณ์แวดล้อมแล้วมีเรื่องมีคำพูดของผู้กระทำ คือจะเอาให้ถึงตาย และมีอาวุธซึ่งเป็นกรรไกรทำแผลที่เอามาจากรถทำแผลของโรงพยาบาล มีการจี้ที่บริเวณสำคัญ ถือว่าเข้าข่ายพยายามฆ่า ตาม ประมวลกฏหมายมาตรา288 และ มาตรา 80 ทำให้นี่เป็นสิ่งที่ทางกระทรวงอยากจะดำเนินการ เพื่อต้องการป้องกัน เจ้าหน้าที่

ท างด้านของแพทย์หญิงดวงพร อัศวราชันย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมแพ กล่าวว่า ในคนไข้รายนี้มีปัญหา แพ้สารที่ไม่ทราบสาเหตุ เข้ามารับการรักษาซึ่งเป็นโรคที่พบยาก จากการประเมินแล้ว ยังไม่พบว่าคนไข้มีภาวะโรคซึมเศร้า แต่เป็นเรื่องของบุคลิกภาพแปรปรวน ซึ่งทราบเพียงว่าคนไข้เคยมีการรักษาเรื่องโรคซึมเศร้า และมีการใช้ยาในปริมาณสูง แต่ยังไม่ได้รับข้อมูลที่เป็นลายลักษ์อักษรว่าเป็นโรคซึมเศร้า ส่วนแนวทางการปฏิบัติ ต่อคนไข้รายนี้ เนื่องจากเป็นเคสที่มีความซับซ้อน จำเป็นต้องมีแพทย์เฉพาะทาง โดยทางโรงพยาบาลมีการติดต่อกับโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นและโรงพยาบาลจิตเวช เพื่อส่งผู้ป่วยไปรักษา และอาจมีการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาป้องปราม เพราะถือว่าเคสนี้เคยมีพฤติกรรมรุนแรง แต่หากมีภาวะฉุกเฉิน ทางโรงพยาบาลชุมแพก็ยังต้องดูแลเบื้องต้น