เมื่อเวลา 14.40 น. วันที่ 14 ธันวาคม ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมือง จ.บึงกาฬ ภายในงานวันยางพาราบึงกาฬ 2563 ครั้งที่ 8 บริเวณเวทีปราชญ์ชาวบ้าน รศ.ดร.ระพีพันธ์ แดงตันกี รองผู้อำนวยการฝ่ายงานวิจัยและอุตสาหกรรมสัมพันธ์ สำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เปิดเผยระหว่างการเสวนาหัวข้อ “ที่เห็นและเป็นไปของถนนยางพาราดินซีเมนต์” ว่า ขั้นตอนการนำยางพารามาทำถนนนั้น ผู้ที่นำไปปฏิบัติต้องมีความรู้ความเข้าใจ เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่จะตามมา อาทิ ถนนทรุด หรือพังเสียหาย เป็นต้น หากรัฐบาลต้องการให้ มจพ.เข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาสูตรการทำถนนในโครงการ 1 ถนน 1 หมู่บ้าน ทาง มจพ.ยินดีให้ความร่วมมือ แต่จะต้องมีการเปิดสูตรการทำถนนในช่วงที่ผ่านมาให้รับทราบก่อน
“ยืนยันว่าสูตรการทำถนนดังกล่าวของ มจพ.มีผลวิจัยเป็นเครื่องยืนยัน แต่สูตรที่ทางการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) นำไปแจกจ่ายให้กับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) นั้น ไม่เคยมีการเปิดเผยว่าส่วนประกอบมีอะไรบ้าง แต่เมื่อเกิดการชำรุดเสียหาย ส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าเป็นสูตรของ มจพ. เนื่องจาก
มีการนำคลิปการผสมสูตรทำถนนไปเปิด แต่ไม่ได้ใช้สูตรตามนั้น จึงเกิดความเข้าใจผิด ทั้งนี้ หากพื้นที่ไหนต้องการให้ มจพ.เข้าไปตรวจสอบถนนและทำการแก้ไขให้สามารถติดต่อมาได้ทันที” รศ.ดร.ระพีพันธ์กล่าว
รศ.ดร.ระพีพันธ์กล่าวว่า หากดำเนินการครบตามจำนวนพื้นที่ในท้องถิ่นที่กำหนดไว้ประมาณ 7,000 แห่ง จะสามารถระบายสต๊อกยางได้กว่า 9.4 หมื่นตัน หรือคิดเป็น 30% ของจำนวนยางพาราในประเทศ นอกจากจะใช้วิธีดังกล่าวในการระบายสต๊อกยางแล้ว ยังมีอีกหลายนวัตกรรมที่จะช่วยระบายสต๊อกยางและเพิ่มราคายางพารา อาทิ การกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน และช่องทางในการส่งออกยางไปยังประเทศใหม่ๆ เป็นต้น

