เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 14 ธันวาคม ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมือง จ.บึงกาฬ ภายในงานวันยางพาราบึงกาฬ 2563 ครั้งที่ 8 บริเวณเวทีปราชญ์ชาวบ้าน จัดเสวนา “พระเสด็จโดยแดนชล” วิยากรโดยศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ด้านพระราชพิธี โดยมีนายสนิท ขาวสอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ร่วมรับฟัง พร้อมเดินชมนิทรรศการขบวนเรือพระราชพิธี หลังเสร็จสิ้นการเสวนา
ศ.พิเศษธงทองกล่าวว่า การเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค มีความคล้ายกับการจัดขบวนพยุหยาตราในการเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน แต่แตกต่างกันด้วยวัตถุประสงค์ เพราะการถวายผ้าพระกฐิน พระมหากษัตริย์จะเสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดใดวัดหนึ่งเพื่อถวายผ้าพระกฐิน แต่การเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครเป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อให้ประชาชนได้ชมพระบารมี ทั้งนี้ หลักฐานเรื่องขบวนเรือในพระราชพิธีมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาเป็นราชธานีแล้ว

“การสูญเสียเรือพระราชพิธีสมัยอยุธยาตอนปลาย ทำให้มีการซ่อมแซมในสมัยกรุงธนบุรี ทั้งนี้ ในสมัยรัตนโกสินทร์ปรากฏการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นครั้งแรกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โดยมีจำนวนเรือในกระบวน 269 ลำ จำนวนฝีพายราว 10,000 คน ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการใช้เรือพระที่นั่งในหลายโอกาส ซึ่งมีเหตุการณ์พิเศษคือพระราชพิธีลงสรงเพื่อรับพระปรมาภิไธยดำรงพระเกียรติยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร อย่างไรก็ดี ในสมัยรัชกาลที่ 5-7 โอกาสที่เจ้านายฝ่ายในเสด็จฯในการพระราชพิธีร่วมกับพระเจ้าแผ่นดินพร้อมในวาระเดียวกัน สมัยก่อนจะถือว่าธรรมเนียมฝ่ายหน้า ฝ่ายในต้องแยกกันอยู่ แต่ในสมัยรัชกาลที่ 9 ที่ผ่านมา หรือในรัชสมัยของรัชกาลที่ 10 ทรงโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย แสดงให้เห็นว่าธรรมเนียมได้เปลี่ยนแปลงไป” ศ.พิเศษธงทองกล่าว


https://www.facebook.com/khaosod/videos/496331927654768/

