ชาวเมืองบึงกาฬแชมป์กรีดยางประเทศ ผู้ว่าฯชม ‘งานวันยาง’ ดีเยี่ยม ลั่นปีหน้าจัดใหญ่กว่าเดิม

ชาวเมืองบึงกาฬแชมป์กรีดยางประเทศ ผู้ว่าฯชม ‘งานวันยาง’ ดีเยี่ยม ลั่นปีหน้าจัดใหญ่กว่าเดิม

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจัดงานวันยางพาราบึงกาฬ 2563 วันสุดท้ายว่า ยังคงมีประชาชน เด็กนักเรียนใน จ.บึงกาฬ และพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมต่อเนื่องในเวลา 11.00 น. ที่ลานกรีดยาง จัดแข่งขันกรีดยางพาราชิงแชมป์ประเทศไทย มีผู้เข้าแข่งขันจากบึงกาฬ ทั่วประเทศ และ สปป.ลาว รวม 24 คน ก่อนจะคัดเหลือเพียง 10 คน เข้าไปชิงแชมป์ นอกจากนี้ ยังมีการประกวดกองเชียร์ยางพารา โดยมีผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 8 ทีม จาก 8 อำเภอ จ.บึงกาฬ ได้แก่ ทีมจากอำเภอบึงกาฬ, อำเภอศรีวิไล, อำเภอพรเจริญ, อำเภอเซกา, อำเภอบุ่งคล้า, อำเภอบึงโขงหลง, อำเภอปากคาด และอำเภอโซ่พิสัย สำหรับเกณฑ์ในการแข่งขันกองเชียร์ ประกอบด้วย ความเหมาะสมการแต่งกายกับเพลงที่เลือกนำเสนอ, ความพร้อมเพรียง, ความสวยงาม, ความร่วมมือในทีม, การเชื่อมท่าต่อเนื่องในการนำเสนอ และความคิดสร้างสรรค์, การแสดงออกถึงวัฒนธรรมอีสาน และการสื่อเกี่ยวกับยางพารา โดยมีเวลาในการแข่งขันทีมละ 15 นาที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการแข่งขันการกรีดยางพาราชิงแชมป์ระดับประเทศไทย รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นายจินดา ลาสองชั้น ผู้เข้าแข่งขันจากอำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ ใบประกาศนียบัตร และปุ๋ยจำนวน 1 ตัน รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 นายวิไล แพงสุข ผู้เข้าแข่งขันอำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ ได้รับเงินรางวัล 40,000 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ และใบประกาศนียบัตร รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 นางแววตา สีกา ผู้เข้าแข่งขันจากอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ และใบประกาศนียบัตร และ รางวัลชมเชย 2 รางวัล ได้แก่ นายภูมิสิทธิ์ วงศ์สุขธนดล ผู้เข้าแข่งขันจากอำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร และนางสาวภีรดา สาขา ผู้เข้าแข่งขันจากอำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร ได้รับเงินรางวัลคนละ 10,000 บาท พร้อมใบประกาศนียบัตร

ผลการประกวดกองเชียร์ยางพารา ดังนี้ รางวัลชนะเลิศ ทีมกองเชียร์อำเภอบุ่งคล้า รับเงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมใบประกาศนียบัตร รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 อำเภอศรีวิไล รับเงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมใบประกาศนียบัตร รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 อำเภอเซกา รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมใบประกาศนียบัตร รางวัลชมเชย 5 รางวัล รางวัลละ 3,000 บาท พร้อมใบประกาศนียบัตร ดังนี้ อำเภอบึงกาฬ, อำเภอพรเจริญ, อำเภอบึงโขงหลง, อำเภอปากคาด และอำเภอโซ่พิสัย ทั้งนี้ นายนิพนธ์ คนขยัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) บึงกาฬ ร่วมสมทบเงินรางวัลแก่ทีมชมเชยกองเชียร์ยางพารา อีกทีมละ 1,000 บาท

นายสนิท ขาวสอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า การจัดงานวันยางพาราจังหวัดบึงกาฬ ประจำปี 2563 ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 12-18 ธันวาคม 2562 นั้น ผลสัมฤทธิ์ในการจัดงานในปีนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก กับบึงกาฬโมเดล 2020 เราได้จัดให้มีกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ ในโซนที่ 1 เป็นเรื่องเกี่ยวกับกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นิทรรศการ “พระเสด็จโดยแดนชล” และในช่วงกลางคืนมีสวนไฟเฉลิมพระเกียรติซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของพี่น้องประชาชน โซนบึงกาฬโมเดล 2020 ทิศทางการพัฒนาจังหวัดตามยุทธศาสตร์ ทำให้ประชาชนได้ทราบทิศทางการพัฒนาสร้างการรับรู้อนาคตจังหวัดบึงกาฬ โซนเวทีปราชญ์ชาวบ้าน นำเสนอมุมมองข้อคิดในเรื่องต่างๆ ที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน ซึ่งประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก

นายสนิทกล่าวว่า เรามีพิธีเปิดในวันที่ 15 ธ.ค. ได้รับเกียรติจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิด รวมทั้งแขกสำคัญร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก ถือว่าเป็นพิธีเปิดที่ยิ่งใหญ่ อลังการ โดยสรุปแล้วการจัดงานในครั้งนี้ประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่ง ไม่พบปัญหาหรืออุปสรรค ส่วนในปีต่อไปจะมีการเพิ่มเติม โดยการเชิญต่างประเทศที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับการทำยางพารามาร่วมออกบูธ และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรมต่างๆ เพื่อประโยชน์กับพี่น้องประชาชนชาวบึงกาฬ

นายสุพจน์ ศรีอ่อน เกษตรจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า เราได้รับมอบหมายจากจังหวัดให้จัดการแข่งขันกรีดยางพาราและลับมีด เริ่มเปิดสนามตั้งแต่วันที่ 12 ธ.ค. แข่งขันสลับกันลับมีดและกรีดยาง จนถึงวันที่ 18 ธ.ค. โดยการหาแชมป์แต่ละวันมาแข่งรอบชิงชนะเลิศ การแข่งขันกรีดปีนี้ยิ่งใหญ่กว่าปีที่ผ่านมา ด้วยจำนวนผู้เข้าแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ จะเห็นว่าแต่ละปีมีประชาชนเข้ามาแข่งขันเพิ่มขึ้น ปีนี้ก็มากขึ้นไปอีก ส่วนเรื่องฝีมือ หากดูจากต้นยางของผู้เข้าแข่งขันจะเห็นถึงพัฒนาการที่มีมากขึ้นมีความประณีตมากขึ้น เช่นเดียวกับการลับมีดที่ผู้เข้าแข่งขันมีความสามารถมากขึ้น จนกรรมการตัดสินได้ยาก ใช้เวลาตัดสินมากขึ้น

“สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าพี่น้องเกษตรกรมีการพัฒนามากขึ้น อาจเป็นเพราะมีเวทีให้แสดงศักยภาพของพี่น้องชาวสวนยาง อย่างการจัดงานวันยางพาราที่จัดขึ้นทุกปี สิ่งเหล่านี้ช่วยส่งต่อให้คุณภาพของน้ำยางที่ได้มีคุณภาพ อายุการกรีดของยางเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ สำนักงานเกษตรจังหวัดมีการส่งเจ้าหน้าที่ออกไปฝึกสอนเรื่องการกรีดยางและลับมีด โดยทำงานร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย จ.บึงกาฬ การแข่งขันครั้งนี้เป็นการกระตุ้น ส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกรมีการพัฒนามากขึ้น ฝีมืออาจไม่เหมือนเครื่องจักร เพราะฉะนั้นต้องมีการฝึกฝน อย่างงานยางพาราก็มีการกระตุ้นให้เกิดพัฒนาฝีมือขึ้น” นายสุพจน์กล่าว

นายสิทธิ์ประเสริฐ มณีผล รองหัวหน้าแผนกกสิกรรมและป่าไม้ แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว กล่าวว่า เราส่งผู้เข้าแข่งขันมา 3 ปีติดต่อกันแล้ว สิ่งที่ได้คือความสัมพันธ์ การแลกเปลี่ยนความรู้ พร้อมนำประสบการณ์กลับไปพัฒนายางบ้านเรา ตลอดจนการนำความรู้ไปแลกเปลี่ยนกับกลุ่มเกษตรกรของ สปป.ลาว เพื่อพัฒนาแรงงานใน สปป.ลาวต่อไป โดยครั้งนี้ต้องขอขอบคุณการยางแห่งประเทศไทย เกษตรจังหวัดบึงกาฬ ที่ส่งพี่เลี้ยงและวิทยากรไปฝึกสอนผู้เข้าแข่งขันในวันนี้

นายจินดากล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 จากการแข่งขันกรีดยางพารา ซึ่งตนได้เข้าร่วมการแข่งขันเป็นครั้งแรก ที่ผ่านมามีโอกาสเข้ามาชมการแข่งขันบ้าง และนำไปฝึกฝนพัฒนาฝีมือตัวเอง ในปีนี้จึงตัดสินใจลงสมัครแข่งขัน และได้มีการซ้อมอยู่เสมอจึงน่าจะเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ได้แชมป์มาครอง นอกจากนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังทำให้ตนได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ และได้มีการแลกเปลี่ยนเทคนิคในการกรีดยางซึ่งกันและกันอีกด้วย

“ถึงแม้ว่าผมจะต้องเว้นการแข่งขันไปอีก 2 ปี แต่จะใช้ช่วงเวลานั้นในการฝึกซ้อม และพัฒนาฝีมือของตนเองต่อไป รวมถึงจะนำคำติชมของกรรมการไปปรับในชีวิตประจำวันอีกด้วย ทั้งนี้ ในส่วนของภาพรวมในการจัดงาน โดยเฉพาะกิจกรรมนี้ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดี ทำให้ชาวสวนยางทั่วประเทศได้มีเวทีในการประลองฝีมือ และได้รับเทคนิคดีๆ กลับไปพัฒนาฝีมือตัวเองอีกด้วย จึงอยากให้ทางจังหวัดร่วมกันจัดงานดีๆ แบบนี้ต่อไป”  นายจินดากล่าว

จินดา ลาสองชั้น แชมป์กรีดยางประเทศไทย
ทีมกองเชียร์ยางพารา อำเภอบุ่งคล้า

น.ส.พัชรี ป้องกัน อาชีพแม่บ้าน จากทีมสตรีบุ่งคล้า กล่าวว่า ดีใจที่มีการจัดประกวดครั้งนี้ อยากให้มีงานวันยางพาราต่อไปทุกปี มาวันนี้แอบหวังเล็กๆ ว่าจะมีลุ้น เตรียมตัวมาพร้อม ซ้อมมา 4 เดือน มีทั้งเกษตรอำเภอบุ่งคล้าและอาจารย์ที่โรงเรียนบุ่งคล้ามาช่วยสอน งานนี้ทำให้เราสนุกสนานได้ความสามัคคี ที่สำคัญเรายังได้รับความรู้ในการจัดงาน เรื่องของยางพารา มีสิ่งที่เราไม่เคยเห็น ได้แลกเปลี่ยนความคิดกับคนหมู่บ้านอื่นๆ ในเรื่องของยางพารา ถ้าเราอยู่แต่ในชุมชน ไม่มีงานแบบนี้ เราก็ไม่รู้ว่าโลกไปถึงไหนกันแล้ว

นางอุคำ ทองปัญญา ชาวสวนยางพารา จ.บึงกาฬ กล่าวว่า ภาพรวมการจัดงานในครั้งนี้มีหลายโซนที่น่าสนใจ และเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ได้นำสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอท็อป) มาจำหน่าย ซึ่งเป็นการสร้างรายได้ให้กับจังหวัดและคนในจังหวัดเป็นอย่างมาก รวมถึงกิจกรรมการแข่งขันกรีดและลับมีดกรีดยางพารา ทำให้ได้เห็นทักษะที่ตนจะสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้

ด้าน น.ส.กัญญาณัฐ แปงคำใส ชาวสวนยางพารา จ.บึงกาฬ กล่าวว่า ตนมีโอกาสลงแข่งขันกรีดยางพารารอบคัดเลือก การได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นการพัฒนาทักษะของตนเอง แม้จะไม่ได้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ แต่ก็ถือว่าเป็นอีกประสบการณ์ที่ดี ซึ่งกิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้ชาวสวนยางบึงกาฬได้ฝึกฝีมือและได้รับความสนุกสนาน แถมยังได้รางวัลที่เปรียบเหมือนกำลังใจกลับไปอีกด้วย ทั้งนี้ มองว่าในปีนี้มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันน้อยลง อาจเป็นผลมาจากเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดีนัก แต่ก็ยังมีผู้เข้าร่วมแข่งขัน และกองเชียร์มาร่วมงานอยู่ เพราะกิจกรรมนี้ถือเป็นอีกหนึ่งแรงใจดีที่จะช่วยให้ชาวสวนยางบึงกาฬพัฒนาฝีมือของตนเองให้ดีขึ้นต่อไป

“ภาพรวมในการจัดงานวันยางบึงกาฬปีนี้ โดยรวมถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดี มีทั้งลานกิจกรรมที่นำวิทยากรมาให้ความรู้กับชาวบ้าน ลานกิจกรรมสำหรับเด็กที่ส่งเสริมให้รู้จักกับประโยชน์ของยางพาราที่สามารถเพิ่มมูลค่าได้ แต่อยากให้เพิ่มในส่วนของกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุ เพราะใน จ.บึงกาฬมีผู้สูงอายุจำนวนมากที่อยากเข้าร่วมกิจกรรม แต่บางกิจกรรมอาจไม่เหมาะสม จึงอยากให้ปีหน้าเพิ่มกิจกรรมประเภทนี้เข้าไป เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ๆ ให้กับงานวันยางพาราบึงกาฬ” น.ส.กัญญาณัฐกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon