เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มชาวบ้านผู้เรียกร้องที่ดินทำกินทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุมที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดกระบี่ ต่อเนื่องอีก 500 วัน หลังจากครบกำหนด 100 วัน เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ที่ผ่านมา ทั้งนี้ จนกว่ารัฐบาลจะยึดคืนพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันที่หมดอายุสัมปทานในจังหวัดกระบี่ จำนวน 14 แปลง รวมกว่า 7.8 หมื่นไร่ นำมาจัดสรรให้กับคนยากจนที่ไม่มีที่ดินทำกิน ตามมติคณะรัฐมนตรี 2546 เนื่องจากตรวจสอบพบว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ยังคงมีกลุ่มบุคคลเข้าทำประโยชน์ เก็บผลผลิตปาล์มน้ำมันอย่างต่อเนื่อง
พันตำรวจโท หม่อมหลวงกิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ออกประกาศว่า ที่ผ่านมาได้แจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามข้อเรียกร้องแล้ว พร้อมรายงานให้ส่วนกลางทราบปัญหาและขอความร่วมมือให้กลุ่มผู้ชุมนุมย้ายออกจากพื้นที่ศาลากลางอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ เนื่องจากศาลากลางจังหวัด เป็นสถานที่ราชการ ไม่ใช่ที่สาธารณะทั่วไป มีกำหนดเวลาเข้าออก และมีมาตรการรักษาความปลอดภัยตามระเบียบกฎหมาย โดยในระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2562-6 มกราคม 2563 จะมีการจัดงานปีใหม่และงานกาชาดจังหวัดกระบี่ ฉะนั้น การใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ หรือตามกฎหมายใดก็ตามต้องเป็นไปโดยชอบ ไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น หากเจ้าพนักงานเห็นว่ามีการกระทำดังกล่าว เมื่อเจ้าพนักงานมีคำสั่งห้ามชุมนุมแล้วต้องงดการชุมนุม การฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามถือว่าเป็นการชุมนุมสาธารณะที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 14 ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จังหวัดจึงขอให้ประชาชนอย่าได้หลงเชื่อหากมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีชักชวนให้เข้าร่วมชุมนุมที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เพราะท่านอาจตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญาได้
ด้านนายชูวงศ์ มณีกุล ที่ปรึกษาด้านกฎหมายกลุ่มผู้เรียกร้องที่ดินทำกิน เปิดเผยว่า เรียกร้องให้รัฐแก้ปัญหา ที่ดินทำกินอย่างจริงจัง เนื่องจากปัญหาพื้นที่หมดอายุสัมปทานในจังหวัดกระบี่เป็นปัญหามากว่า 10 ปี และ พร้อมที่จะย้ายออกจากพื้นที่ศาลากลาง แต่ต้องให้ศาลมีคำสั่ง เพราะทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และเชื่อในความยุติธรรมของศาล

