บุรีรัมย์ ลูกน้องฝรั่งแฉซ้ำ ให้กอดจูบหมาในคอกทุกวัน เลขาระบุ ตั้งใจหารายได้มากกว่า
ลูกน้องฝรั่งเจ้าของสถานพักพิงสัตว์ออกมาแฉอีก บังคับให้เข้าไปในกรงสุนัขแล้วกอดจูบวันละ 20 นาที เพื่อแสดงความรัก ขณะเลขาฝรั่งฉุนถูกลดเงินเดือน 50 เปอร์เซ็นต์ระบุ มิเกลไปซื้อสุนัขจากโรงเชือดประเทศเพื่อนบ้านแล้วใช้คำว่า ‘ไถ่ชีวิต’ มาดูแล เพื่อเรียกคะแนนสงสารและขอรับบริจาค เป็นการหารายได้ชัดเจน
เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม กรณีคนงานจำนวน 15 คนในสถานพักพิงสัตว์ชื่อ “The sound of animals” ใน ม.10 ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เข้าแจ้งความที่ สภ.บ้านกรวด ว่า นายมิเกล ดาวิด เอมิล ชูร์ อายุ 50 ปี ชาวฝรั่งเศส ขังไว้ในกรงสัตว์จนต้องอดข้าวอดน้ำตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด ได้มีคนงานของนายมิเกล ดาวิด เอมิล ชูร์ อายุ 50 ปี ชาวฝรั่งเศส เจ้าของสถานพักพิงสัตว์ ได้ออกมาเผยความรู้สึกส่วนตัวอีก 2 คน ว่าการกระทำของนายจ้างยังไม่ถูกต้องคล้ายแรงงานเองถูกทารุณกรรมมากกว่า และอยากให้มีการตรวจสอบ
น.ส.ละออ แก้วประโคน อายุ 43 ปี ชาวหมู่ 4 ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด พนักงานดูแลสุนัข กล่าวว่า พวกตนที่ทำงานแทบไม่มีเวลาพัก แต่ละวันทุกคนจะต้องเข้าไปในคอกสุนัขเล็กๆ เพื่อทำการแสดงความรักด้วยการกอด จูบสุนัข ให้สุนัขอารมณ์ดี โดยจะต้องเข้าไปอยู่ในกรงกับสุนัขตัวต่อตัวกรงละประมาณ 20 นาที
แต่มีปัญหาคือสุนัขในกรงบางตัวเข้ากันไม่ได้เพราะมีนิสัยดุร้าย แต่นายมิเกลก็ไม่สนใจ ทำให้แต่ละคนถูกสุนัขกัดไปตามๆ กัน ถึงแม้จะเข้าไปอยู่กับสุนัขแล้วออกมานั่งเล่นก็ถูกต่อว่า เหมือนเป็นการข่มเหงแรงงาน
ด้านนายโคแนน ภูมิพันธ์ อายุ 31 ปี ชาวหมู่ 2 ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด ทำหน้าที่ธุรการและเลขาของนายมิเกล กล่าวว่า สุนัขภายในสถานพักพิงตอนนี้มีประมาณ 200 ตัว ได้มาจากการไปพบเจอตามถนนทั่วไปแล้วเอาจับมาดูแล หรือมีคนเอามาปล่อยไว้หน้าสถานพักพิง
แต่มีสุนัขส่วนหนึ่งที่ไปซื้อมาจากโรงเชือด หรือตามร้านอาหารในประเทศกัมพูชา ที่เปิดเป็นร้านอาหารสุนัขได้อย่างเปิดเผย โดยนายมิเกลจะถ่ายคลิปแล้วใช้คำว่า “ไถ่ชีวิตสุนัข” มาดูแลที่เมืองไทย ถ้าเป็นเมืองไทยก็คือการ “ไถ่ชีวิตโคกระบือ” ความจริงก็คือการซื้อมานั่นเอง
การกระทำดังกล่าวของนายมิเกลเท่ากับการแสวงหากำไร เพราะมีการสร้างเรื่องให้น่าสงสาร ก็จะมีคนบริจาคมาเยอะ จริงแล้วตนไม่ควรจะออกมาพูดในลักษณะนี้ แต่เห็นพนักงานเลี้ยงสุนัขโดนรังแก่ด้านแรงงาน
และช่วงหลังเงินเดือนพนักงานจะออกไม่ตรง โดยเฉพาะตนซึ่งทำงานด้านการบัญชีค่าใช้จ่าย และประสานงานกับหน่วยงานราชการ ถูกลดเงินเดือน 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงออกมาพูดเพื่อให้มีการตรวจสอบ


