แม่เณรตามหาลูก ด้านน้องสาวพระถามถ้าพี่ชายไม่ผิดใครจะคืนความเป็นธรรมในสังคม
กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคม.โดยการนำของ พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ได้นำหมายศาลจังหวัดสมุทรสาคร เข้าจับกุม พระครูสังฆรักษ์ ศักดิ์สิทธิ์ กิตติโก หรือ พระอาจารย์ปู วัดป่าสุวัฑฒนาราม – ทุ่งอินทรี ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เมื่อช่วงเช้ามืดวันนี้ ตามที่มีผู้เสียหายเข้าร้องเรียนว่า พระปูกระทำอนาจารสามเณรในวัด และศาลได้ออกหมายจับตามหลักฐานที่ปรากฏ ซึ่งก็ได้มีการควบคุมตัวพระปูไปสึกพร้อมกับสอบปากคำดำเนินคดีตามกฎหมายนั้น
อ่านข่าวเกี่ยวข้อง
บุกรวบพระหื่น ขืนใจสามเณรยกวัด สุดวิตถารจับมัดมือเท้าผูกเก้าอี้
ชาวบ้านไม่เชื่อพระอาจารย์ปูตุ๋ยเณร ยันนักพัฒนา ส่วนคลิปต้องตรวจสอบทางกทม.
วันที่ 25 ธ.ค. 62 ผู้สื่อข่าวยังคงเกาะติดสถานการณ์อยู่ที่วัดป่าสุวัฑฒนาราม(ทุ่งอินทรี) ได้พบกับแม่ของสามเณรไทด์ ที่มาจากตัวเมืองมหาชัย ที่ตามหาลูกชายหลังจากที่ได้รับทราบข่าวว่า เจ้าอาวาสถูกจับเพราะมีพฤติกรรมกระทำอนาจารสามเณรในวัด โดยนางสาวดาว (นามสมมติ) แม่ของสามเณรไทด์ เล่าว่า ลูกชายตนเองอายุประมาณ 13 ปี มาบวชอยู่ที่วัดแห่งนี้นาน 3 ปีแล้ว เหตุที่ต้องส่งลูกมาบวชนั้น เนื่องจากลูกชายไม่อยากเรียนหนังสือ ตนเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรทั้งตีทั้งต่อว่าแต่ก็ยังไม่ยอมไปเรียน พอดีพี่สาวเห็นว่าที่วัดแห่งนี้มีพระอาจารย์ที่ดีน่าเลื่อมใสศรัทธา จึงให้พาลูกชายมาบวช ซึ่งพอลูกชายบวชได้ไม่นานก็บอกว่าไม่อยากอยู่แล้ว อีกทั้งยังเคยหนีกลับไปบ้านแล้วก็บอกกับแม่ว่า ไม่อยากบวชอยู่ที่นี่ พอตนถามว่าทำไม ลูกก็บอกเพียงแค่ว่าไม่อยากเรียน ไม่อยากอยู่ที่นี่ อยู่ที่นี่ลำบาก แต่ตนก็ไม่ได้ถามอีกเลยว่าเพราะอะไรถึงไม่อยากอยู่ นอกจากนี้ทางเจ้าอาวาสไม่ยอมให้สึกด้วย ตนจึงปล่อยลูกไว้ที่นี่จนกระทั่งมาเกิดเรื่องดังกล่าว ซึ่งก็รู้สึกทั้งตกใจและเสียใจ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า พระอาจารย์ปูที่เป็นที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้านจะมีพฤติกรรมเช่นนี้ ตอนนี้ตนเองเพียงแค่อยากเจอหน้าลูกชายเท่านั้น อยากรู้ว่าลูกปลอดภัยดีหรือไม่ ซึ่งก็จะตามไปที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เพื่อขอพบและพูดคุยกับลูกให้หายห่วง
ด้านงนางสาวจันทร์ นามสมมติน้องสาวของพระอาจารย์ปู บอกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นถ้าหลักฐานชัดเจนมันก็คือความชัดเจนที่พี่ชายของตนเองกระทำความผิด แต่ถ้าไม่ใช่แล้วใครจะมาแก้ต่างให้พี่ชาย ใครจะมาบอกว่าจับผิด ใครจะมาบอกว่าพี่ชายเป็นคนดี ซึ่งก็จะไม่มีใครออกมาแก้ต่างให้พี่ชายแล้วเรื่องก็จะเงียบไปในสังคมบ้านเรา พร้อมกับภาพลักษณ์ของพี่ชายที่ยังคงติดลบที่ถูกสังคมประณามไปแล้ว ทั้งนี้ตนมองว่า ก่อนที่จะเข้าจับพี่ชายนั้นควรที่จะต้องมีการตรวจสอบกันให้เป็นที่แน่ชัดก่อน ไม่ใช่มีเพียงแค่มีหมายมาแสดงแล้วก็จับตัวไปสึกโดยไม่มีการพิสูจน์ให้เป็นที่ชัดเจนก่อนว่ากระทำผิดจริงหรือไม่ ไม่มีการสอบถามผู้ใกล้ชิดต่างๆ ซึ่งตนขอยืนยันว่าพี่ชายไม่เคยมีพฤติกรรมกระทำอนาจารสามเณร และไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอย่างแน่นอน

