วันที่ 29 มกราคม เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมรัตนรังสรรค์ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดระนอง นายสุริยันต์ กาญจนศิลป์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนองเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด ความวุ่นวายเริ่มเกิดขึ้นเมื่อถึงวาระการแนะนำหัวหน้าส่วนราชการที่มาดำรงตำแหน่งใหม่ โดยได้มีการแนะนำนายสมชาย ข้ามสมุทร หรือนายจิราวัจน์ เจริญนิธิโภคิน เป็นนายกเทศมนตรีเมืองระนอง ซึ่งขณะนั้นได้นั่งที่เก้าอี้ปลัดจังหวัดระนอง ข้างหัวหน้าสำนักงานจังหวัดระนอง ทำให้นายสนชัย อุ่ยเต็กเค่ง รองนายกเทศมนตรีเมืองระนอง ซึ่งมาเข้าร่วมประชุมแทนนายกเทศมนตรีเมืองระนอง และนั่งอยู่ที่เก้าอี้ของนายกเทศมนตรีเมืองระนอง พร้อมด้วยนายวรานนท์ เกลื่อนสิน กรรมการธรรมาภิบาล ซึ่งได้อยู่ในห้องประชุมด้วย ได้ลุกขึ้นพูดขอชี้แจงแสดงความไม่เห็นด้วยต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้ว่าฯระนองต้องสั่งปิดไมค์และได้ให้เจ้าหน้าที่เชิญตัวทั้งสองคนออกไปจากห้องประชุม พร้อมทั้งยืนยันในที่ประชุมว่า นายสมชาย ข้ามสมุทร คือนายกเทศมนตรีเมืองระนอง ตามคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด แล้วนายสมชายจึงได้แนะนำตัว
หลังจากนั้นนายสุริยันต์ กาญจนศิลป์ ผวจ.ระนอง นายณรงค์ พลละเอียด รอง ผวจ.ระนอง พล.ต.ต.ดำรัส วิริยะกุล ผบก.ภ.จว.ระนอง นายฐานิต พรหมทอง ปลัดจังหวัดระนอง นายธนิต กุลสุนทร นายอำเภอเมืองระนอง และผู้เกี่ยวข้องได้เดินทางไปยังสำนักงานเทศบาลเมืองระนอง เพื่อประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนทุกฝ่ายของเทศบาลเมืองระนอง เพื่อชี้แจงเรื่องตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองระนอง พร้อมทั้งแนวทางในการปฏิบัติราชการ โดยรอบบริเวณสำนักงานเทศบาลเมืองระนองได้มีกำลังเจ้าหน้าที่ของตำรวจ อส. และทหารดูแลความเรียบร้อยอย่างเข้มงวด

เมื่อคณะของผู้ว่าฯระนองเดินทางมาถึงประตูทางเข้าสำนักงานเทศบาลเมืองระนองความวุ่นวายก็เกิดขึ้นอีกครั้ง โดยนายสนชัย อุ่ยเต็กเค่ง รองนายกเทศมนตรีเมืองระนอง และนายวรานนท์ เกลื่อนสิน ได้ออกมายืนที่ประตูทางเข้าและบอกว่านายสมชายไม่มีสิทธิเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ พล.ต.ต.ดำรัสจึงได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวของทั้งคู่ออกไป แล้วคณะของผู้ว่าฯระนองจึงได้ขึ้นไปร่วมประชุมที่ชั้น 3 ของสำนักงานเทศบาลเมืองระนอง
นายสุริยันต์ กาญจนศิลป์ ผู้ว่าฯระนองกล่าวหลังเสร็จสิ้นการประชุมแล้วว่า จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาที่นายสมชาย ข้ามสมุทร หรือนายจิราวัจน์ เจริญนิธิโภคิน ถูกคำสั่งรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยให้พ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองระนอง ต่อมานายสมชายได้ไปร้องต่อศาลปกครอง จนกระทั่งศาลปกครองสูงสุดได้ตัดสินให้คำสั่งของรัฐมนตรีเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และนายสมชายนั้นเป็นนายกเทศมนตรีมาตั้งแต่ต้น ซึ่งทาง จ.ระนองได้ทำหนังสือหารือยังศาลปกครองรวมถึงกระทรวงมหาดไทยถึงแนวทางการปฏิบัติ โดยศาลปกครองรวมถึงกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือตอบมาชัดเจนว่า วันนี้นายสมชาย ข้ามสมุทร คือนายกเทศมนตรีเมืองระนอง ส่วนนายพินิจ ตันกุล ก็ขอให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย รวมถึงให้ข้าราชการทุกคนในเทศบาลเมืองระนองได้ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของนายสมชาย ซึ่งเป็นนายกเทศมนตรี
นายสุริยันต์กล่าวต่อว่า สำหรับนายพินิจ ตันกุล นั้นตนเองก็เข้าใจและเห็นใจ และคงต้องไปใช้สิทธิในการฟ้องร้องต่อศาลต่อไป ซึ่งตนเองและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทุกคนก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครอง รวมถึงของกระทรวง อีกทั้งที่ผ่านมานายสมชายก็ได้ใช้ความประนีประนอม โดยได้เดินทางเข้ามาทำงานถึง 3 ครั้งแล้ว แต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ วันนี้ทางนายสมชายได้เชิญตนเองเข้าร่วมประชุมพร้อมข้าราชการที่เกี่ยวข้อง จึงต้องเดินทางมาและดำเนินการให้นายสมชายเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งหลังจากนี้นายสมชายมีอำนาจหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกเทศมนตรีเมืองระนองอย่างสมบูรณ์แล้ว
ทางด้านนายสมชาย ข้ามสมุทร หรือนายจิราวัจน์ เจริญนิธิโภคิน นายกเทศมนตรีเมืองระนอง กล่าวว่า จากนี้ไปจะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายที่ได้แถลงต่อสภาไว้ รวมถึงสนับสนุนแนวนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดและรัฐบาล ส่วนสิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือปัญหาขยะที่เกิดขึ้น หากมีการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของตน ตนเองก็จะดำเนินการตามกฎหมาย

ส่วนนายพินิจ ตันกุล พร้อมคณะผู้บริหารได้แถลงต่อผู้สื่อข่าวว่า ยืนว่าตนเองยังคงดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองระนองที่มาจากการเลือกตั้งถูกต้องตามกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.เทศบาล ซึ่งในวันนี้ยังไม่มีเหตุอันใดที่จะทำให้ตนเองพ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรี อีกทั้งผู้ว่าฯระนองก็ไม่มีอำนาจมาสั่งให้ตนพ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรี ซึ่งตนเองก็ต้องดำเนินการตามสิทธิของตน จากนี้ไปตนเองพร้อมคณะผู้บริหารยังจะคงเข้ามาทำงานในฐานะผู้บริหารต่อไป ขอย้ำด้วยว่าผู้ที่จะสั่งตนให้พ้นจากตำแหน่งมีเพียงคนเดียวคือ รมว.มหาดไทย สำหรับหนังสือหารือหรือเอกสารอื่นใดนั้นถือว่าไม่ถูกต้องทั้งหมด

