หน้าแรก ภูมิภาค ภาพกล้องวงจรป...

ภาพกล้องวงจรปิดเผย คนร้ายอาศัยช่องโหว่ช่องผ่อนปรน แอบวางระเบิดที่ ต.ยะรัง

27.06.16 | 08:56 น.

คืบหน้าวงจรปิดจับภาพคนร้ายอาศัยช่องโหว่ ช่วงเวลาผ่อนปรนอำนวยความสะดวกพี่น้องมุสลิมประกอบศาสนกิจ แอบนำระเบิดวาง ด้านผู้นำศาสนาขอยุติการใช้เวลาดีงามทางศาสนาโยงเหตุรุนแรง

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์กลุ่มคนร้ายลอบวางระเบิดป่วนจำนวน 3 ลูก  ใน 2 จุด บริเวณตู้เอทีเอ็มด้านหน้าอาคารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขายะรัง ตั้งอยู่ริมถนนสายปัตตานี-ยะลา ม.3 ต.ยะรัง ทำให้ได้รับความเสียหายทั้ง 2 เครื่อง นอกจากนี้แรงระเบิดยังทำให้สะเก็ดกระเด็นถูกบ้านเรือนประชาชนเสียหาย และยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา

ความคืบหน้าคดีล่าสุด เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางคนร้ายก่อเหตุหลายจุด สามารถจับภาพกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุได้อย่างชัดเจน แต่สามารถเปิดเผยได้ในบางจุด ทั้งนี้เพื่อให้แนวทางการสืบสวนสอบสวนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรัดกุม อีกทั้งไม่อยากให้คนร้ายรู้ตัวจากหลักฐานที่ใช้มัดตัวผู้กระทำผิด ซึ่งจากรายงานข่าวแจ้งเตือนหน่วยงานความมั่นคงรู้เบาะแสว่ากลุ่มคนร้ายจะออกปฏิบัติการก่อเหตุล่วงหน้าก่อนแล้ว แต่ไม่แน่ชัดจุดก่อเหตุ จึงได้จัดกำลังเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ แต่กลุ่มคนร้ายก็ใช้เวลาช่วงที่พี่น้องมุสลิมเดินทางไปละหมาด จึงเป็นช่วงที่มีการผ่อนปรนไม่มีการตรวจเข้มในห้วงดังกล่าว เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการประกอบศาสนกิจได้อย่างเต็มที่ และมีความสะดวกในการเดินทางไปกลับมัสยิด จึงเป็นช่วงที่คนร้ายอาศัยนำระเบิดมาวางก่อเหตุ โดยเป็นการฝึกทดสอบจิตใจในการก่อเหตุของกลุ่มแนวร่วมที่เป็นเยาวชนเพิ่งจบการฝึก ตามคำสั่งการของ มะยาโก๊ะ ลาเต๊ะ แกนนำควบคุมสั่งการในการก่อเหตุครั้งนี้

ด้าน พล.ต.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผบ.ฉก.ปัตตานี มีคำสั่งให้ทุกหน่วยรับผิดชอบแต่ละพื้นที่ จัดแผนปรับการทำงาน โดยเฉพาะในห้วงการประกอบศาสนกิจ โดยเฉพาะช่วงละหมาดพบว่าเป็นห้วงเวลากลุ่มคนร้ายมักก่อเหตุ แสดงว่าผู้กระทำผิดไม่ได้ปฏิบัติตามคำสอนของศาสนา ที่จะต้องละหมาดในห้วงเวลาดังกล่าว โดยเฉพาะในเดือนรอมฎอน ตามหลักแล้วถือว่ามีความสำคัญ มุสลิมทุกคนจะต้องปฏิบัติให้ครบ ดังนั้นในห้วงเวลาดังกล่าว หากเจ้าหน้าที่พบเห็นกลุ่มวัยรุ่น หรือบุคคลต้องสงสัยว่าในห้วงเวลาดังกล่าวหากพบไม่ไปร่วมประกอบศาสนกิจ ให้คิดว่าคือบุคคลที่ควรตรวจสอบและซักถามประวัติอย่างละเอียด เพื่อจำกัดเสรีป้องกันไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามมีโอกาสก่อเหตุได้