หน้าแรก ภูมิภาค ชาวสุราษฎร์ฯย...

ชาวสุราษฎร์ฯยกมือหนุนท่วมท้น ปลดกระท่อมพ้นยาเสพติด ‘สมศักดิ์’ เล็งชง กก.ยาเสพติดก่อนเสนอ ครม.

20.01.20 | 18:56 น.

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2563 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อม นายวิชัย ไชยมงคล ที่ปรึกษาการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองเลขาธิการ ป.ป.ส. เดินทางตรวจเยี่ยมพื้นที่ควบคุมพืชกระท่อมโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ที่ ต.น้ำพุ อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี โดยมี นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายพีระ กาญจนะ ผอ.ป.ป.ส.ภาค 8 และนายสงคราม บัวทอง กำนันตำบลน้ำพุ ให้การต้อนรับ


เมื่อเดินทางไปถึง นายสมศักดิ์เข้าไปดูต้นกระท่อมของนายประยูร ภู่ชาญวิทย์ ชาวบ้านหมู่ 2 ต.น้ำพุ อ.บ้านนาสาร ซึ่งเป็น 1 ในครัวเรือนที่ได้รับอนุญาตให้ครอบครองต้นพืชกระท่อม เพื่อทำการวิจัยของสำนักงาน ป.ป.ส.และร่วมประชุมเวทีประชาคมกับประชาชนชาว ต.น้ำพุ และหน่วยงานราชการ ร่วม 500 คน ที่ห้องประชุมโรงเรียนท่าชีวิทยาคม เพื่อปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 ซึ่งที่ประชุมทั้งหมดยกมือสนับสนุนให้นำร่างพระราชบัญญัติควบคุมพืชกระท่อมเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการยาเสพติดเพื่อให้ความเห็นชอบ และนำเข้าสู่ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป

นายสมศักดิ์กล่าวว่า จากการศึกษาข้อมูลของกระทรวงยุติธรรมพบว่า ในแต่ละปีมีคดีที่ขึ้นสู่ศาลเกี่ยวกับยาเสพติดประมาณ 360,000 คดี เป็นคดีครอบครองใบกระท่อม ประมาณ 60,000 คดี ซึ่งถือว่าอยู่ในปริมาณน้อยมาก โดยสำนักงาน ป.ป.ส.ใช้พื้นที่ ต.น้ำพุ อ.บ้านนาสาร เป็นกรณีศึกษาไม่พบปัญหาว่าพืชกระท่อม เป็นยาเสพติดที่ร้ายแรง แต่ในทางกลับกัน การวิจัยของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ระบุถึงประโยชน์ของพืชกระท่อม ซึ่งมีสารอัลคาลอยด์อยู่ในใบกระท่อม มีฤทธิ์ระงับอาการปวดอยู่ในกลุ่มเดียวกับมอร์ฟีน แต่มีคุณสมบัติดีกว่าถึง 13 เท่า

“ในวันที่ 22 มกราคมนี้ จะนำผลการศึกษาและร่างกฎหมายเพื่อปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดประเภท 5 เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการยาเสพติด เพื่อเห็นชอบนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และตรวจสอบร่างกฎหมาย คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนมิถุนายน 2563 ขณะนี้ถือว่าพืชกระท่อมยังเป็นยาเสพติดประเภท 5 กฎหมายยังไม่อนุญาตให้ใช้ทั้งเคี้ยวเพื่อเป็นยา หรืออื่นๆ แม้แต่ในพื้นที่อนุญาตทำการทดลองของ ต.น้ำพุ ก็มีเพียงอนุญาตให้เก็บเคี้ยวใบได้ที่ใต้ต้นเท่านั้น ยังไม่อนุญาตให้มีการพกพาหรือนำพาออกไปจากต้น” นายสมศักดิ์กล่าว

Advertisement

นายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า ในระหว่างที่รอผ่านกฎหมายยังไม่สามารถพกพาในรูปแบบใดๆ ได้ แต่หากมีความจำเป็นจริงๆ และเป็นผู้เฒ่าผู้แก่ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าต้องเคี้ยวพืชใบกระท่อมเพื่อรักษาโรค เช่น ความดันโลหิตสูง หรือโรคเบาหวาน หากถูกจับกุมสามารถร้องขอให้กองทุนยุติธรรมเป็นผู้ดำเนินการประกันตัว เพื่อต่อสู้ทางกฎหมายได้

จากนั้น นายสมศักดิ์และคณะ เดินทางไปดูต้นพืชกระท่อมของนายสุนทร แซ่ขาว บริเวณสวนผลไม้เขตเทศบาลเมืองนาสาร ที่คาดว่ามีอายุกว่า 100 ปี โดยนายสมศักดิ์ได้ทำการวัดเส้นรอบวงพบมีความยาวเส้นรอบวงถึง 200 เซนติเมตร ปัจจุบันพื้นที่วิจัยพืชกระท่อมใน ต.น้ำพุ มี 6 หมู่บ้าน จำนวน 1,900 ครัวเรือน มีพืชกระท่อมไว้ในครอบครอง 655 ครัวเรือน พืชกระท่อม 1,912 ต้น ป.ป.ส.ได้เข้าควบคุมและติด QR Code 1,578 ต้น ตัดฟันทำลายไป 334 ต้น โดยมีธรรมนูญตำบลร่วมกันควบคุมดูแลให้ครอบครองได้ไม่เกินครัวเรือนละ 3 ต้น หากเกินต้องตัดทิ้ง