เมื่อเวลา 19.00น. วันที่ 25 มกราคม 2563 ที่บริเวณลานกิจกรรมข้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ลานย่าโม) อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานพิธีเปิดงานเทศกาลตรุษจีนจังหวัดนครราชสีมา ประจำปี 2563 “ตรุษจีนโคราช 105 ปี จอมพลถนนหัวมังกร 2563 Chinese New Year 2020” โดยร้านค้าริมถนนจอมพลได้ตกแต่งเนรมิตเป็นบรรยากาศเมืองโคราชย้อนยุคช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นการร่วมแรงร่วมใจของคหบดี คนไทยเชื้อสายจีนและไทยซิกข์ต้องการฟื้นฟูย่านการค้าแห่งนี้ เดิมเคยเป็นศูนย์กลางของความเจริญรุ่งเรืองของเมืองโคราชต่อมาความเจริญขยายตัวออกไปส่งผลให้เศรษฐกิจซบเซาอย่างต่อเนื่อง มีนายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา พ่อค้า ประชาชน และนักท่องเที่ยว ร่วมพิธีจำนวนมาก โดยเวทีกลางมีการแสดงเชิดสิงโต ปีนเสาดอกเหมย การเชิดมังกรทองพ่นไฟ และการแสดงศิลปะวัฒนธรรมจีนร่วมสมัย ขณะที่บริเวณถนนจอมพล หลังอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี มีการประดับโคมไฟหลายพันดวงตลอดเส้นทางระยะทางกว่า 800 เมตรท่ามกลางประชาชนเดินทางมามาร่วมงาน และถ่ายภาพอย่างคึกคัก 
สำหรับงานเทศกาลตรุษจีนประจำปี 2563 ของจังหวัดนครราชสีมา จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 มกราคม 2563 ภายใต้ชื่อ “ตรุษจีนโคราช จอมพลถนนหัวมังกร ภายในงานจะมีกิจกรรมมากมาย อาทิ ขบวนแห่เทพเจ้าจากศาลเจ้าต่างๆ ทั่วเมืองโคราช ในวันสิ้นปีตามคติความเชื่อของชาวไทยเชื้อสายจีน เพื่อเป็นสิริมงคลแก่นักท่องเที่ยว และชาวจังหวัดนครราชสีมา, การแสดงดนตรีโฟล์คซอง, การแสดงศิลปวัฒนธรรมจีนร่วมสมัย, ช้อป ชิม อาหาร จากภัตตาคารชื่อดังเมืองโคราช, การเนรมิตถนนจอมพลย้อนสมัยเพื่อสัมผัสบรรยากาศกลิ่นอายวัฒนธรรมเชื้อสายจีน พร้อมทั้งกิจกรรมประกวดนางงาม Miss Chinese New Year Korat 2020 การประกวดหนูน้อย ตี๋ หมวย สวย เก่ง โคราช 2563 ชิงเงินรางวัลกว่า 15,000 บาท และพบกับร้านอาหารอร่อยจากทั่วเมืองโคราชเปิดตั้งแต่เวลา 17.00-22.00น.

นายสุรวุฒิ กล่าวว่า ทุกภาคส่วนในจังหวัดนครราชสีมาร่วมกับภาคประชาชนมีแนวความคิดจัดกิจกรรมเพื่ออนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีของคนไทยเชื้อสายจีน ส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องราวประเพณีให้เด็กและเยาวชน รวมทั้งคนในท้องถิ่นนำไปถ่ายทอดได้ถูกต้องรวมทั้งประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมซึ่งเป็นการย้อนรอย บอกเล่าความเป็นมา 105 ปี ถนนจอมพล ย่านการค้าสำคัญของเมืองโคราชและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อดีตเคยเป็นศูนย์กลางของความเจริญ ซึ่งเปรียบเสมือนหัวมังกรที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาค เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนไทยกับคนจีนทั้งในอดีตจนถึงปัจจุบันที่ผูกพันกันมายาวนานและส่งเสริมประเพณีและวัฒนธรรมให้คงอยู่จนถึงอนุชนรุ่นหลัง รวมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวในท้องถิ่น

“ในงานชมความตระการตาของการแสดงขบวนสิงโตพ่นไฟ มังกรเก็บดอกเหมย นิทรรศการวัฒนธรรมไทย –จีน ภาพถ่ายเหตุการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับความสัมพันธ์อันดีในพื้นที่ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ตลอดสองข้างทางตั้งแต่หลังลานย่าโมถึงตลาดไนท์บาร์ซ่า สวนหมาก ระยะทางประมาณ 500 เมตร เจ้าของร้านทองรูปพรรณ ร้านอุปกรณ์ไฟฟ้า นาฬิกา เครื่องสังฆภัณฑ์ต่างๆ เครื่องเขียน เสื้อผ้า สินค้าอุปโภค บริโภค มานั่งต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองจิบน้ำชาพูดคุยอย่างเป็นกันเอง มีการประกอบอาหารจีนย้อนยุคที่ไม่มีขายตามท้องตลาดในรูปแบบภัตตาคารจีนเสฉวน อาหารฮ่องเต้ ขอเชิญสัมผัสแหล่งรวมวัฒนธรรมหลายชนชาติ กราบไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 3 ศาสนา มีวัดบึงอารามหลวง สักการะพระเจ้าอู่ทอง อายุร่วม 1 พันปี ศาลเจ้าบุญไพศาลของชาวจีนและวัดแขกซิกข์ ศึกษาอารยธรรมและการเปิดบ้านเก่าอายุเกือบ 100 ปี เคยเป็นบ้านคหบดีให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปเซลฟี่ กิจกรรมจัดขึ้นถึงวันที่ 27 มกราคม คาดเงินสะพัดหลายสิบล้านบาท” นายสุรวุฒิ กล่าว



