หน้าแรก ภูมิภาค ภรรยาผู้ต้องห...

ภรรยาผู้ต้องหา ขับรถชน ‘นายช่างโยธากรมทางหลวงฯ’ ร่วมรดน้ำศพ กราบขอโทษญาติผู้เสียชีวิต

26.01.20 | 17:32 น.

ภรรยาผู้ต้องหา ขับรถชน ‘นายช่างโยธากรมทางหลวงฯ’ ร่วมรดน้ำศพ กราบขอโทษญาติผู้เสียชีวิต

จากกรณีนายไพบูลย์ ส่างสาร อายุ 56 ปี ก่อเหตุขับรถยนต์พุ่งชน นายสุพรรณ์ ญาติบรรทุง อายุ57 ปี นายช่างโยธาชำนาญงาน กรมทางหลวงชนบท ขณะกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านจนเสียชีวิต หลังมีปากเสียงกันเรื่องราวตากผ้าขวางหน้าบ้าน ก่อนขับรถหลบหนีไปทิ้งไว้ที่สนามฟุตตบอล ซึ่งอยู่ห่างไป 3 กิโลเมตร ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้ขอศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อนุมัติหมายจับในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมานั้น


เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่สภ.พระนครศรีอยุธยา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดทั้งวัน ผู้สื่อข่าวยังคงเฝ้าติดตามความคืบหน้าของคดี และมีกระแสข่าวว่านายไพบูลย์ ผู้ต้องหา จะเดินทางเข้ามามอบตัว โดยทาง พ.ต.อ ประเวศ ศรีนาค ผกก.สภ. พระนครศรีอยุธยา ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน ติดตามจับกุมตัวนายไพบูลย์ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เลขที่ 17/63 ลงวันที่ 25 มกราคม 2563 ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดที่สถานีรถไฟ สถานีขนส่ง ท่ารถตู้ และที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนีไป ติดตามไปที่บ้านญาติและบุคคลกับใกล้ชิดกับผู้ต้องหา ยังไม่พบตัว และไม่มีการติดต่อกลับมา และยังไม่มีการติดต่อขอมอบตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการออกหมายจับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบพยาน และนำคลิปภาพจากกล้องวงจรปิด รวมถึงภาพจากกล้องหน้ารถที่สามารถบันทึกเสียงช่วงนาทีที่จะพุ่งเข้าชนร่างของนายสุพรรณ์

ด้าน พันจ่าอากาศเอกสงคราม ศุภศรี ประธานชุมชนหมู่บ้านกรุงศรีซิตี้ เปิดเผยว่า สำหรับผู้เสียชีวิต เคยเป็นคณะรรมการหมู่บ้าน ได้ลาออกไประยะหนึ่งแล้ว ส่วนผู้ต้องหากับผู้เสียชีวิตนั้น มีบ้านติดกันและอยู่กันมาหลายสิบปี ทางครอบครัวระหว่างภรรยาและลูกๆ ทั้งสองฝ่ายไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน พูดคุยกันเป็นอย่างดี ส่วนตัวผู้ต้องหาและผู้เสียชีวิตมีปัญหาขัดแย้งกันในเรื่องของการตั้งวางสิ่งของ จอดรถขวางทางกันมาระยะหนึ่ง จนมาวันเกิดเหตุ ทางบ้านของผู้เสียชีวิตมีการตั้งราวตากผ้าหน้าบ้านของผู้เสียชีวิต ซึ่งอาจไปสร้างไม่ความไม่พอใจให้กับผู้ต้องหาเวลาที่จะขับรถ ถอยรถ หรือกลับรถ อาจจะเกิดความไม่สะดวก จึงมีการพูดคุยต่อว่ากัน เคยจะให้ทั้งคู่มาพูดคุยกันและจับมือกัน เวลาที่มีการประชุมกัน แต่ผู้เสียชีวิตนั้น ได้ลาออกจากการเป็นคณะกรรมการไป จึงไม่ได้มีโอกาสให้ทั้งคู่พูดคุยและปรับความเข้าใจกัน เหตุการณ์ดังกล่าวตนก็รู้สึกเสียใจ เพราะตนเป็นประธานหมู่บ้าน อยากให้ลูกบ้านทุกคนปรองดองกัน แต่ไม่มีโอกาส จนมาเกิดเหตุสลดเสียก่อน

Advertisement

ต่อมาเมื่อเวลา16.00 น. ที่ศาลาธรรมสังเวช ศาลา 6 วัดเสนาสนาราม อ. พระนครศรีอยุธยา จ. พระนครศรีอยุธยา นางปานกมล รัศมี อายุ 44 ปี พร้อมครอบครัว รับศพนายสุพรรณ์ ผู้เสียชีวิต จากนิติวิทยาศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ จ.ปทุมธานี มาตั้งบำเพ็ญกุศลศพ มีญาติเพื่อนร่วมงาน มาร่วมแสดงความเสียใจ โดยทางญาติจะสวดอภิธรรมเป็นเวลา 3 วัน และจะมีพิธีพระราชทารเพลิงศพ ในวันที่ 29 มกราคม

โดยมีภรรยาของนายไพบูลย์ พร้อมบุตรสาว เดินทางมาแสดงความเสียใจ รดน้ำศพ ตรงเข้าไปกราบขอโทษนางปานกมล และบุตรชาย ของผู้เสียชีวิต ด้วยความเศร้าโศก จากนั้นรีบเดินทางกลับทันทีไม่ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว

ด้านนางปานกมล กล่าวว่า ขอยืนยันว่า การตั้งราวตากผ้าอยู่ในพื้นที่ของหน้าบ้านของตัวเอง ตอนตากผ้าเรามองดูแล้วว่าไม่ได้กีดขวางใคร ส่วนเรื่องประเด็นความขัดแย้ง ไม่รู้ว่าในการประชุมของคณะกรรมหมู่บ้าน มีปัญหาอะไร หรือมีการโต้เถียงกันในที่มาก่อน สามีเป็นคณะกรรมการของหมู่บ้านมาได้ประมาณ 2 ปี ลาออกได้ประมาณ 1 ปีแล้ว ถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับแล้ว อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวให้ได้ สภาพจิตใจในขณะนี้ยังไม่ให้อภัย และไม่ขอมีการประนีประนอมในเรื่องของคดี ให้กฎหมายดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ซึ่งในเช้าวันเกิดเหตุสามี บอกว่าเมื่อคืนนอนหลับสบายดี แล้วบ่นรู้สึกปวดหลังอยากให้ลูกชายเหยียบหลังให้ เป็นคำพูดสุดท้ายที่ได้คุยกัน แล้วจากนั้น แยกย้ายกันทำงานบ้าน สามีออกไปรดน้ำต้นไม้ จะมาถูกขับรถพุ่งชนเสียชีวิต