เพื่อนบ้านตีนผี ขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต ขออโหสิกรรม รับกรรมในคุก

จากกรณีนายไพบูลย์ ส่างสาร อายุ 56 ปี ก่อเหตุขับรถยนต์เก๋งพุ่งชนนายสุพรรณ์ ญาติบรรทุง อายุ57 ปี นายช่างโยธาชำนาญงาน กรมทางหลวงชนบท ขณะกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านจนเสียชีวิต เหตุเกิดภายในหมู่บ้านกรุงศรีซิตี้ ม.3 ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยาหลังมีปากเสียงกันเรื่องราวตากผ้าขวางหน้าบ้านก่อนขับรถหลบหนีไปทิ้งไว้ที่สนามฟุตตบอล ซึ่งอยู่ห่างไป3กิโลเมตร กล้องวงจรปิดบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐาน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยาได้ขอศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อนุมัติหมายจับ ในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 27 ม.ค. ครอบครัวนายไพบูลย์ ได้พานายไพบูลย์ เข้ามอบตัว กับพ.ต.อ.นฤนาทพุทไธสง รองผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อประเวศ ศรีนาค ผกก.สภ. พระนครศรีอยุธยา โดยนายไพฑูรย์ ให้การรับสารภาพ อ้างว่า ตนทำลงไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบที่ผ่านมามีปัญหาส่วนตัวกับผู้เสียชีวิต เรื่องของบ้านเรือนที่อยู่ใกล้เคียงกันเปิดปิดประตูเสียงดัง ทำอะไรเสียงดังโครมคราม จอดรถ วางสิ่งของกีดขวาง เรื่อยมา จนวันเกิดเหตุตนเองเดินออกมาหน้าบ้าน เพื่อจะไปรับจ้างขับรถ พอตนมายืนอยู่หน้าบ้าน ผู้เสียชีวิตฉีดน้ำมาทางตนเองพอตนเองมองหน้าผู้เสียชีวิตมองหน้าแล้วยักคิ้วให้ตนเอง จนโมโหอย่างมาก ช่วงนั้นยังไม่คิดอะไร จนตนเองถอยหลังรถออกมาแล้วขับขึ้นไปรับคนขึ้นรถเพราะยังไม่ได้ปิดประตูบ้าน จึงถอยหลัง กลับมาอีกครั้งผู้เสียชีวิตยังหันหน้ายักคิ้วใส่ตนอีก จึงเกิดความโมโหสุดขีดที่จะทน สมองเบอลไปหมดอารมณ์ ชั่ววูบนั้นได้ตัดสินใจขับรถพุ่งเข้าชนอย่างแรงถ้าย้อนกลับไปได้จะไม่ทำเด็ดขาด หนีไปหาเพื่อนหาญาติเห็นภรรยากับลูกแล้วสงสารจึงติดต่อขอมอบตัว

ต่อมาพล.ต.ต.สุศักดิ์ ปรักกมะกุล ผบก. ภจว.พระนครศรีอยุธยา ได้เดินทางมาสอบปากคำนายไพบูลย์ ก่อนที่จะพาตัวนายไพบูลย์ ส่งให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำเพื่อสอบสวน ระหว่างนั้นนายไพบูลย์ ได้กล่าวขอโทษครอบครัวของผู้เสียชีวิต ขอให้อโหสิกรรมให้ตนเองด้วย ที่ผ่านมาครอบครัวเรารู้จักกันดี ตนขอรับกรรมที่ตนเองทำกรรมในคุก และติดคุกจนตัวเองตาย

ทาง ด้าน น.ส.เอ ลูกสาวของ นายไพบูลย์ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทางพ่อได้โทรมาหาตนแล้วร้องไห้ บอกว่า ตอนนี้รู้สึกผิดมาก อยากให้ตนพาเข้ามามอบตัว ตอนนั้นตนก็ไม่ได้ถามอะไรมาก พอพ่อโทรหา ก็รีบพาพ่อเข้ามามอบตัวทันที เพราะอยากจะให้พ่อ รับผิดชอบตามกระบวนการของกฎหมาย เรื่องที่เกิดขึ้น ตนเสียใจ และไม่รู้จะพูดว่าจะพูดออกเป็นคำพูดยังไง เราไม่สามารถหาอะไรมาทดแทนเขาได้ แต่ทางครอบครัว ก็ยินดีที่จะรับผิดชอบทุกอย่างตามที่กำลังเรามี

Advertisement

ทางด้าน นางปานกมล รัศมี อายุ 44 ปี ภรรยาของผู้ตาย กล่าวว่าขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ สื่อมวลชน กระบวนการยุติธรรม ที่ช่วยติดตามเรื่องนี้ จนผู้ต้องหาติดต่อขอมอบตัว ถึงขณะนี้ตนเองยังไม่ให้อภัยผู้ต้องหา เพราะสิ่งที่ผู้ต้องหาทำรุนแรงเกินที่จะรับได้ ทั้งที่บ้านอยู่ติดกัน ตนเองเคยพูดคุยให้ความช่วยเหลือผู้ต้องหามา แต่มาทำร้ายคนในครอบครัว หากผู้ต้องหาจะไปขอขมาศพสามี ตนเองก็ให้ไปได้ การเสียชีวิตของสามีตนเองเพิ่งจะบอกกับลูกชาย วัย11 ปี เมื่อวันที่รับศพกลับมารดน้ำศพ ลูกชายขอเก็บแว่นตา รองเท้าที่พ่อชอบใส่ เอาไว้ติดตัวตลอด ทาแป้งที่พ่อชอบใช้ ทั้งที่ผ่านมาพ่อให้ลูกชายทาแป้ง ลูกชายไม่ยอมทา

พ.ต.อ. ประเวศ ศรีนาค ผกก. สภ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ทางผู้ต้องหาได้ประสานทางครอบครัว เพื่อขอมอบตัว เนื่องจากหลังเกิดเหตุ ผู้ต้องหานั่งวินรถจักรยานยนต์รับจ้างไปที่สายเอเชีย นั่งรถตู้ต่อไป ที่ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ไปจ.นครปฐม ไปจ.ฉะเชิงเทรานั่งรถไปเรื่อย เไปตั้งหลักก่อน และก็ค่อยประสานญาติให้พามามอบตัว

โดยจากการสอบถามและสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ผู้ต้องหากับผู้เสียชีวิตนั้น อยู่บ้านติดกันมานาน 7-8 ปี ระหว่างที่อาศัยอยู่ติดกันนั้น ทางบ้านฝั่งของผู้เสียชีวิต มีเสียงดัง ชอบ ตะโกนโวยวาย มีการพูดกระแนะกระแหนกันเรื่องหน้าที่การงานที่ดีกว่า ทำให้เกิดความไม่ พอใจ ทะเลาะกันบ้างครั้ง ทำให้สะสมเรื่อยมา

กระทั่งเมื่อวันที่เกิดเหตุ ก็มีการทะเลาะกันอีก ผู้ต้องหาเลยโกรธ และบันดาลโทสะ ดูจากคลิปที่ออกมา ก็แสดงให้เห็นว่า ผู้ต้องหาตั้งใจขับรถชนผู้ตายเหตุเพราะไม่พอใจ และ ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจนตา คัดค้านการประกันตัว และจะนำตัวฝากขังในวันที่ 28 ม.ค.

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image