เมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่หอศิลปะสถาปัตยกรรมพระพรหมพิจิตร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (มศก.) วังท่าพระ กรุงเทพฯ มีการจัดเสวนาวิชาการเรื่อง ‘จิตรกรรมภาพสัตว์หิมพานต์ในกรอบกระจก วัดสุทัศนเทพวราราม’ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายในงานมีผู้สนใจเข้าร่วมจนเต็มห้องบรรยาย ทั้งนักศึกษา ภิกษุ และประชาชนทั่วไป
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นนท์ คุณค้ำชู คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร กล่าวว่า งานเสวนาครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ ความคืบหน้า และผลของการอนุรักษ์จิตรกรรมภาพสัตว์หิมพานต์ในกรอบกระจก ซึ่งติดตั้งอยู่ภายในวิหารหลวงวัดสุทัศนเทพวราราม โดยในวันนี้ทางวัดได้อนุญาตให้ถอดออกชั่วคราวเพื่อนำมาศึกษาเป็นกรณีพิเศษในครั้งนี้ นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายตลอดทั้งวันโดยผู้ทรงคุณวุฒิ หวังว่างานเสวนานี้จะเกิดประโยชน์ต่อผู้รับฟัง และช่วยกันเผยแพร่สู่สังคมต่อไป อีกทั้งถือเป็นโอกาสที่จะได้รับฟังข้อเสนอแนะ ต่อยอดองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์ซึ่งเป็นงานที่ละเอียดอ่อน และสร้างความสมดุลระหว่างวิธีคิดและการปฏิบัติงาน เพื่อให้คนรุ่นหลังเรียนรู้อดีตได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน
จากนั้น เป็นการบรรยายหัวข้อ ‘สัตว์หิมพานต์ในความรู้ความเข้าใจของสังคมไทย : กรณีศึกษา พระบาทสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ’
โดย ศาสตราจารย์ ดร.นิยะดา เหล่าสุนทร ราชบัณฑิต ซึ่งเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจอย่างมากตั้งแต่ช่วงเช้าก่อนการเปิดงานเสวนาอย่างเป็นทางการ เนื่องจากมีการนำสำเนารอยพุทธบาทจำลองสมัยอยุธยาตอนปลาย ผลงาน ดร.วอร์เดมาร์ ซี. ไซเลอร์ นักวิชาการชาวอเมริกันผู้ล่วงลับออกมาเปิดเผยในสาธารณะเป็นครั้งแรก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาสตราจารย์ ดร.นิยะดา บรรยายถึงข้อมูลด้านวิชาการเกี่ยวกับสัตว์หิมพานต์จากพระไตรปิฎก อรรถกถา และคัมภีร์อย่างละเอียด โดยในตอนหนึ่ง ได้กล่าวว่า การบรรยายครั้งนี้ตนรู้สึกหนักใจที่เนื้อหาอาจไม่ค่อยตรงกับข้อมูลที่หลายท่านเคยศึกษามา อาจก่อให้เกิดข้อขัดเคืองใจบ้าง อาจไม่ตรงกับข้อคิดเห็นของนักวิชาการส่วนหนึ่ง แต่ในความเป็นนักวิชาการเราจะจูงมือไปด้วยกัน ในขณะเดียวกัน นี่ก็เป็นการบรรยายครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของตน โดยได้นำสำเนาพระพุทธบาทที่สำคัญมากมาจัดแสดงในวันนี้
“พระพุทธบาทองค์นี้ เป็นหนึ่งใน 2 องค์ในโลก ของจริงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์เมืองแคนดี้ ประเทศศรีลังกา เป็นพระบฎพระบาทที่พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศส่งไปถวายเป็นเรื่องราชบรรณาการแด่พระเจ้ากิตติสีหะแห่งศรีลังกา เมื่อราว พ.ศ. 2200 ปลายๆ ภายในบรรจุภาพมงคล 108 ประการ สำเนานี้เกิดจากความวิริยะอุตสาหะของ ดร.ไซเลอร์ที่ไปค้นคว้า คนธรรมดาแค่ไปดูก็ยากแล้ว แต่ ดร.ไซเลอร์สามารถไปทำสำเนามาได้ โดยเดินทางไปถึง 20-30 ครั้ง ภาพนี้เป็นการทำสำเนามาติดบนผ้าดิบทาด้วยน้ำข้าว ดิฉันมีความผูกพันกับภาพนี้มาก โดยจะนำไปศึกษาเปรียบเทียบกับรอยพระพุทธบาทที่วัดพระเชตุพนวิทลมังลาคราม หรือวัดโพธิ์ต่อไป” ศาสตราจารย์ ดร.นิยะดากล่าว
ศาสตราจารย์ ดร.นิยะดา ยังอธิบายถึงสัญลักษณ์ต่างๆที่ปรากฏในสำเนารอยพระพุทธบาท อาทิ ปลาชนิดต่างๆ ในทะเลแต่ละชั้น เช่น ปลาอานนท์ ซึ่งไม่ได้อยู่ใต้โลกอย่างที่มักพูดกัน, มังกร, 7 สระในป่าหิมพานต์ รวมถึง’ดอกนันทิยาวัฏฏ’ ซึ่ง ดร.ไซเลอร์ ชื่นชอบเป็นพิเศษ มีลักษณะเป็นดอกไม้สีขาว 4 กลีบ เป็นสัญลักษณ์ของธัมมจักกัปปวัตตนสูตร แทนทุกข์ สมุทัย นิโรค มรรค ดอกไม้ดังกล่าว ก็คือ ‘ดอกพุด’ นั่นเอง ไม่ใช่ดอกมะเดื่ออย่างที่มักถูกแปลอย่างผิดๆ นอกจากนี้ ยังระบุว่า ในอดีตเคยมีบทสวดบูชาพระพุทธบาท คือ ‘พระพุทธบาทวันทนาการ’ แต่ปัจจุบันถูกหลงลืมไปจากสังคมไทย
ศาสตราจารย์ ดร.นิยะดา กล่าวด้วยว่า ตนขอยืนยันว่า สมบัติของ ดร.ไซเลอร์ทั้งหมด ตนพร้อมมอบให้ทางการ ไม่คิดเก็บไว้เป็นของส่วนตัว โดยเร็วๆนี้จะมีการจัดเสวนาเกี่ยวกับผลงานของ ดร.ไซเลอร์ ด้วย ในส่วนของรายละเอียดหากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป


เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
![]()


