จากกรณีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นำโดย นายอดิศร นุชดำรงค์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้าดำเนินการขนย้ายเสือโคร่งของกลางออกไปจากวัดป่าหลวงตาบัวฯ ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค.เสร็จสิ้นวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากสัตว์ หนังเสือ เขี้ยวเสือ เขาสัตว์ ฯลฯ ได้เป็นจำนวนมาก จากนั้นได้ประสานให้ ส.ป.ก.กาญจนบุรี ให้เข้าร่วมตรวจการครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.ของวัดป่าหลวงตาบัวฯ ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นผู้ร้องขอใช้ที่ดิน ส.ป.ก.เนื้อที่จำนวน 391-11-21 ไร่ และพบด้วยว่าทางวัดบุกรุกเพิ่มเติมจำนวน 931-0-83 ไร่ โดยพื้นที่ทั้งหมดทางวัดได้ล้อมรั้วกั้นเป็นอาณาเขตแสดงการครอบครองอย่างชัดเจน
ล่าสุดเวลา 13.00 น. วันนี้ 29 มิ.ย.59 พระเทพเมธาภรณ์ (ประสงค์ วราสโย) เจ้าอาวาสวัดสิริกาญจนาราม (เขาพุรางบน) หมู่ 1 ต.ท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เป็นประธานประชุม 3 ฝ่าย ที่ห้องประชุมชั่วคราวอาคารวิทยาลัยบาลีสงฆ์ เพื่อแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.ของวัดป่าหลวงตาบัวญาณสัมปันโน เฉพาะเนื้อที่ จำนวน 391-1-21 ไร่ ที่ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติขอใช้ประโยชน์ด้านธรณีสงฆ์ตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 โดยมี นายประดับ โพธิกาญจนวัตร ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี นายวัชรินทร์ วากะมะนนท์ ปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร (ส.ป.ก.)จ.กาญจนบุรี นายศิริ หวังบุญเกิด ไวยาวัจกร วัดป่าหลวงตาบัวฯ นายสายหยุด เพ็งบุญชู ทนายความวัดป่าหลวงตาบัวฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ของทั้ง 3 ฝ่าย เข้าร่วมประชุม ซึ่งการประชุมใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จึงแล้วเสร็จ โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟัง
โดย นายประดับ โพธิกาญจนวัตร ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า เป็นการประชุมเพื่อพูดคุยเฉพาะปัญหาที่ดิน ส.ป.ก.จำนวน 391-1-21 ไร่ ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาขอใช้ที่ดินจาก ส.ป.ก.เมื่อปี พ.ศ.2546 เพื่อให้วัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน ที่มี พระวิสุทธิสารเถร หรือหลวงตาจันทร์ เป็นเจ้าอาวาส นำไปใช้ประโยชน์ทางด้านพระพุทธศาสนา แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้น ส.ป.ก.จึงต้องเข้ามาตรวจสอบว่า ทางวัดใช้ที่ดินจำนวนดังกล่าวเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ โดยในที่ประชุมมีมติว่า จะร่วมกันลงพื้นที่ไปตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินอีกครั้ง ว่าพื้นที่บริเวณใดไม่สามารถทำการเกษตรได้ก็จะส่งมอบคืนให้กับ ส.ป.ก.และจะคงพื้นที่เอาไว้เฉพาะทำประโยชน์ทางด้านพระพุทธศาสนาเท่านั้น ส่วนการจะปรับลดพื้นที่ลงหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการทั้ง 3 ฝ่ายตกลงร่วมกัน ส่วนปัญหาการบุกรุกพื้นที่เพิ่มเติม เป็นอำนาจหน้าที่ของ ส.ป.ก.ที่จะดำเนินการทางด้านกฎหมาย ซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนาจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว
ด้าน นายศิริ หวังบุญเกิด ไวยาวัจกร กล่าวว่า การประชุมในวันนี้ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ทั้ง 3 ฝ่ายจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่ดินดังกล่าวอีกครั้งว่ามีพื้นที่มากกว่าความเป็นจริงหรือไม่ ซึ่งหากพื้นที่บริเวณใดสามารถปลูกพืชเกษตรได้ก็จะตัดแบ่งออกไป เพื่อให้ ส.ป.ก.นำไปจัดสรรให้กับประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกิน แต่หากพื้นที่บริเวณใดไม่สามารถปลูกพืชเกษตรได้ ทาง ส.ป.ก.จะได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงทราบและพิจารณาดำเนินการต่อไป

