หน้าแรก ภูมิภาค นักวิชาการสิ่...

นักวิชาการสิ่งแวดล้อม โพสต์กระทุ้งมาตรการแก้ฝุ่น PM2.5 ทำไมรัฐถึงทำไม่สำเร็จ

4.02.20 | 11:29 น.

นักวิชาการสิ่งแวดล้อม โพสต์กระทุ้งมาตรการแก้ฝุ่น PM2.5 ทำไมรัฐถึงทำไม่สำเร็จ

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ นายสนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว “Sonthi Kotchawat” ระบุว่า ฝุ่น PM2.5 สูงติดอันดับโลก มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) และ single command ไม่ได้ผลเพราะอะไร

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน
 

1.ในช่วงความกดอากาศสูงปกคลุมประเทศไทย โดยอากาศเย็นจมตัวลงและลมค่อนข้างนิ่ง ทำให้ กทม.และปริมณฑล มีค่าฝุ่น PM2.5 สูงติดอันดับโลก ทั้งที่มีมาตรการยกระดับในการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ในช่วงวิกฤต ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2563 โดยกำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็น single command สามารถสั่งการและบูรณาการทุกหน่วยงาน เพื่อแก้ไขปัญหาในเขตจังหวัดของตนเองแบบเบ็ดเสร็จ

Advertisement

2.กรุงเทพฯ มีปัญหาจากการจราจรติดขัดอย่างมาก ถึงแม้จะอ้างว่ารถเครื่องยนต์ดีเซลเป็นแหล่งกำเนิดหลักของฝุ่น PM2.5 แต่ข้อเท็จจริงก็มีการจับดำเนินคดีรถที่ปล่อยควันดำไปจำนวนมากแล้ว รวมทั้งรถบรรทุกขนาดใหญ่ประมาณ 140,000 คัน ก็ถูกกำหนดห้ามเข้าในพื้นที่เขตชั้นในของ กทม.ด้วย ในส่วนของโรงงานอุตสาหกรรมทางกรมโรงงานก็เร่งทำการตรวจสอบการปล่อยฝุ่นของโรงงานถึง 6,000 กว่าแห่ง และสั่งจัดการแล้วรวมทั้งห้ามเผาในที่โล่งทุกแห่ง ใครเผาต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด แต่ทำไมฝุ่น PM2.5 ใน กทม.และจังหวัดใกล้เคียง ยังสูงติดอันดับโลก

3.การตรวจวัดควันดำจากรถเครื่องยนต์ดีเซล เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจวัดขณะเครื่องยนต์ไม่มีภาระ (จอดอยู่กับที่และเหยียบคันเร่งสุด) กำหนดค่าควันดำไม่เกินร้อยละ 50 (เมื่อตรวจวัดด้วยเครื่องมือวัดควันดำระบบกระดาษกรอง) หรือไม่เกินร้อยละ 45 (เมื่อตรวจวัดด้วยเครื่องมือวัดควันดำระบบวัดความทึบแสง) แต่ในสภาพความเป็นจริงเมื่อการจราจรติดขัด รถเครื่องยนต์ดีเซลจะปล่อยฝุ่น PM2.5 ออกมาจำนวนมากโดยเฉพาะในขณะเร่งเครื่องยนต์ stop and go (เครื่องยนต์มีภาระ) ยิ่งการจราจรยิ่งติดขัดยิ่งปล่อยออกมามาก ผสมกับฝุ่นจากเครื่องยนต์ต่างๆ จำนวนมากทั้งในพื้นที่ก่อสร้างกลางถนน และการก่อสร้างอาคารริมถนน

ประกอบกับ ริมถนนสายหลักใน กทม. มีอาคารสูงอยู่ค่อนข้างหนาแน่นกลายเป็นแอ่งกระทะทำให้ฝุ่น PM2.5 ลอยขึ้นไม่ได้ (อากาศเย็นกดลงมา) และระบายออก 2 ข้างก็ไม่ได้เนื่องจากลมสงบประกอบกับอาคารขวางทิศทางลม ฝุ่น PM2.5 ก็ปกคลุมอยู่ในพื้นที่บริเวณถนนสายหลักของกรุงเทพฯ เกือบทุกแห่งนอกจากนี้ในส่วนของโรงงานอุตสาหกรรมเองก็ยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานฝุ่น PM2.5 ที่ปลายปล่อง มีแต่มาตรฐานฝุ่นรวมเท่านั้น จึงตรวจไม่ค่อยพบฝุ่น 2.5 ทำได้เพียงขอร้องให้ลดกำลังการผลิตลง แต่ไม่มีใครเชื่อ

4.ฝุ่นละอองในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี สระบุรี กาญจนบุรี อยุธยา นครสวรรค์ ราชบุรี มีค่าสูงมากโดยเฉพาะสุพรรณบุรีและสระบุรีมีค่าสีแดงไปแล้ว เกิดจากการเผาไร่อ้อยและตอซังฟางข้าวอย่างหนัก มติ ครม.ได้สั่งห้ามเผาโดยมีโทษจำคุกและปรับแต่ไม่มีใครเชื่อ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทั้งท้องถิ่นและจังหวัดไม่ได้จับอย่างจริงจัง หรือหาตัวคนเผาไม่เจอ สำหรับภาคเหนือฝุ่นส่วนใหญ่มาจากการเผาป่าในที่สูงชัน ดับยากและหาคนเผาไม่เจอ ผสมรวมกับฝุ่นข้ามแดนจากเพื่อนบ้านด้วย

5.มติ ครม.ในการยกระดับความเข้มข้นเพื่อการจัดการฝุ่น PM2.5 ในช่วงวิกฤตโดยเสริมกับแผนปฏิบัติการฝุ่น ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ นำออกมาบังคับใช้สวยหรูแต่ในความเป็นจริงแล้วอาจต้องเร่งรัดการปฏิบัติตามมติ ครม.ให้เป็นรูปธรรม และอาจต้องแก้ไขปัญหาด้วยยาแรงในช่วงที่เกิดภาวะวิกฤต โดยภาครัฐไม่ควรนำเอาสุขภาพของคนไทยไปเสี่ยงต่อมลพิษฝุ่น PM2.5 ที่เกิดขึ้น