เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่จ.ร้อยเอ็ด จากกรณีมีเฟสบุ๊คโดย สิน ซารางกิ๊ โพสภาพมือถืออาวุธปืนและข้อความว่า “โคราช ก็เกิดแล้ว ต่อไปร้อยเอ็ดคับเดียวหมาจนตรอกอย่างผมจะทำมันเอง บิ๊กชีร้อยเอ็ด” หลังเกิดเหตุทหารกราดยิงประชาชนเสียชีวิตจำนวนมากในพื้นที่จ.นครราชสีมา ทำให้มีการแชร์ภาพและข้อความในโลกโซเชียลอย่างรวดเร็ว และวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง
ล่าสุด พ.ต.อ.พัสกร ศาสนะสุพินธ์ ผกก.เมืองร้อยเอ็ด สั่งเจ้าหน้าที่ชุดสายสืบสุรสีห์ สภ.เมืองร้อยเอ็ด ประสานกับชุดสืบสวน ภ.จว.ตรวจสอบค้นหาตัวผู้โพสต์ข้อความดังกล่าว กระทั่งทราบว่าเป็นนักมวย มีภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.แวง อ.โพนทอง ร้อยเอ็ด และ อยู่ที่ค่ายมวยแห่งหนึ่ง ที่ ต.บ้านดู่ อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด และเดิมเคยสังกัดค่ายมวยของตำรวจรายหนึ่งใน จ.ร้อยเอ็ด ชื่อ นายบอย(นามสมมุติ) อายุ 16 ปี เคยสังกัดค่ายดังกล่าว ในนาม เพชรทักษิณ ดาบวันหนองพอก จึงประสานเจ้าของค่ายมวยนำตัวบุคคลดังกล่าวเข้ามาพบ ผกก.เมืองร้อยเอ็ด ก่อนนำไปมอบตัวกับ พ.ต.ท.นรินทร์ นามบ้านค้อ สารวัตรพนักงานสอบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ด

จากการสอบถามนายบอย ซึ่งนำปืนพลาสติกมาแสดงกับ พนักงานสอบสวน โดยระบุว่าเป็นปืนที่อยู่ในภาพที่โพสต์ โดยในวันดังกล่าว ตนตื่นขึ้นมา เวลา 05.30น.ได้นั่งเล่นเฟสบุ๊คในมือถือ ก่อนไปวิ่งออกกำลังกาย เห็นคนโพสต์เหตุการณ์ที่นครราชสีมา และเห็นวัยรุ่นโพสต์ที่จ.ชัยภูมิ ว่าจะก่อเหตุที่ห้างสรรพสินค้าชัยภูมิ จึงนึกสนุก เลยโพสต์เล่นๆเลียนแบบ ว่าจะก่อเหตุที่ห้างดังๆของจังหวัดร้อยเอ็ด คือ ที่บิ๊กซีบ้าง จึงนำปืนเด็กเล่นแล้วตั้งกล้องถ่ายภาพตัวเองจากห้องนอนตัวเองแล้วโพสลงเฟสบุ๊คจากนั้นตนทิ้งโทรศัพท์มือถือไว้ที่ห้องและออกไปวิ่งออกกำลังกาย ซ้อมมวย ก่อนกลับมาที่ห้องและเล่นโทรศัพท์ก่อนพบว่ามีการแชร์ภาพและข้อความในเฟซบุ๊คตนเองออกไปจำนวนมาก ตนรู้สึกตกใจ ทำอะไรไม่ถูก เมื่อรู้ว่ามีความผิด จึงรีบโพสข้อความขอโทษลงเฟสบุ๊คส่วนตัวจากนั้นลบทิ้ง
ร.ต.ท.สมัย พั่นวพันศรี ตำรวจนอกราชการ (ต.พิทักชัยร้อยเอ็ด ที่ 74 /2 ม.1 ต.รอบเมือง อ. เมืองร้อยเอ็ด กล่าวว่า วันรุ่นรายดังกล่าวเป็นเยาวชน เคยสังกัดค่ายมวยตน เมื่อ 1 ปีมาแล้ว มาอยู่ได้เพียง 2 เดือนก่อนออกไป เนื่องจากมีอาการสติไม่สมประกอบ ไม่เต็มร้อยสักเท่าไร จากนั้นออกไปเป็นนักมวยเร่ร่อน ไม่มีสังกัดค่ายชัดเจน เคยชกมวยทุกที่ ทั้งทางตะวันออก ที่พัทยา ชลบุรี ล่าสุด กลับมาอยู่ค่ายแห่งหนึ่ง ที่ อ.อาจสามารถ หลังเกิดเหตะได้ติดต่อนายบอย พบว่าได้สำนึกผิด ที่ทำไปด้วยความคึกคะนองมากกว่าอย่างอื่น จึงนำมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามที่ ผกก.เขอความร่วมมือ พร้อมนำอาวุธปืนปลอมมายืนยันด้วย

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินคดีในข้อหา 3 ข้อหา คือส่งข้อความอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์/โพสต์ข้อความอันเป็นเท็จเข้าทางคอมพิวเตอร์ และกระทำให้ประชาชนตกใจกลัว เป็นความผิดตามกฏหมายอาญา ที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่งคง ในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาทตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
ข้อกล่าวหา ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา.14 (2) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ , ป.อาญา มาตรา 384 ผู้ใดแกล้งบอกเล่าความเท็จให้เลื่องลือจนเป็นเหตุให้ ประชาชนตื่นตกใจฯ , มาตรา 392 ผู้ใดทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจโดยการขู่เข็ญฯ และจะได้ดำเนินการ แต่เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นเยาวชนอายุเพียง 16 ปี หลังจากการสอบสวนปากคำแล้วจะนำตัวส่งเข้าสถานพินิจเพื่อลงโทษต่อไป

พ.ต.อ.พัสกร กล่าวว่า ฝากเตือนเยาวชนและคนทั่วไปว่าอย่าเห็นแก่ความคึกคะนอง โพสต์ข้อความอันเป็นเท็จด้วยความสนุกสนานให้ระมัดระวัง เพราะเป็นการทำความผิด ที่ดำเนินคดีทางกฎหมายได้ รวมทั้งเตือนให้ผู้ ปกครอง ตักเตือนสอดส่องดูแลลูก-หลานอย่าปล่อยให้ทำความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพราะผู้ปกครองอยู่ในข่ายมีความผิด จะถูกดำเนินคดีด้วยได้
ขณะเดียวกัน มีตัวแทนห้างบิ๊กซี 2เดินทางเข้าพบผกก.เมืองร้อยเอ็ด ข้อแจ้งความและบันทึกปากคำ เนื่องจากไม่สบายใจและไม่มั่นใจในความปลอดภัยจากข้อความดังกล่าว ที่ทำให้ประชาชนตื่นตระหนกตกใจ ซึ่งผกก.เมืองร้อยเอ็ด ชี้แจงว่าผู้โพสต์ข้อความเข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว และสารภาพว่าทำไปด้วยความคึกคะนอง เพื่อความสนุกเท่านั้น ไม่มีแนวโน้มว่าจะก่อเหตุจริง ตัวแทนของห้างบิ๊กซีจึงเดินทางกลับ โดยไม่มีการแจ้งความแต่อย่างใด


