วันที่ 2 กรกฎาคม จากการที่มีฝนตกทางตอนเหนือของแม่น้ำโขง และในพื้นที่จังหวัดหนองคาย ติดต่อกันเป็นช่วงๆ ช่วงละหลายวัน ทำให้มีน้ำไหลลงในแม่น้ำโขง ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำโขง มีระดับน้ำขึ้น-ลงอย่างรวดเร็วสลับกันไป และมีกระแสน้ำเชี่ยวและขุ่นมากขึ้น ในขณะที่ออกซิเจนในน้ำต่ำลง นอกจากนี้ยังมีสารเคมีจากการปลูกพืชผักที่ถูกน้ำฝนชะล้างไหลลงในแม่น้ำโขงเป็นปริมาณมากอีกด้วย ทำให้น้ำโขงมีปริมาณออกซิเจนต่ำ ได้ส่งผลกระทบต่อเนื่องกับเกษตรกรที่เลี้ยงปลากระชังในแม่น้ำโขง โดยเฉพาะที่บ้านพร้าวใต้และบ้านเจริญสุข ต.หินโงม ที่มีเกษตรกรที่เลี้ยงปลาประมาณ 80 ราย กระชังปลารวมกว่า 2,000 กระชัง ปลาปรับตัวไม่ทันน็อกน้ำป่วยและตายเป็นจำนวนมาก ปลาที่เริ่มป่วยก็จะขายในราคากิโลกรัมละ 35-45 บาท ส่วนปลาที่ตายก็จะนำมาทำปลาร้า หรือขาย ซึ่งช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่ปลากระชังที่เลี้ยงตายวันละไม่ต่ำกว่า 30 ตัว/กระชัง ซึ่งถือว่าสูงมาก
จากการที่ปลาตายเป็นจำนวนมาก ทำให้เกษตรกรหลายรายต้องรีบขายปลาที่ยังไม่โตเต็มที่ก่อนจะตายหมดแล้วหยุดพักการเลี้ยงชั่วคราว และจากการที่เกษตรกรเร่งขายปลากัน ประกอบกับมีปลาตามธรรมชาติเข้าสู่ตลาดมากขึ้น ได้ส่งผลให้ราคาปลากระชังมีราคาถูกลง จากเดิมกิโลกรัมละ 60 บาท เหลือเพียงกิโลกรัมละ 55 บาทเท่านั้น
นายพิภพ ชัยภูมี อายุ 39 ปี เกษตรกรที่เลี้ยงปลากระชังในแม่น้ำโขง บอกว่า ช่วงนี้ถือเป็นช่วงน้ำใหม่ เนื่องจากฝนได้เริ่มตกต่อเนื่อง ระดับน้ำในแม่น้ำโขงขึ้น-ลงบ่อย ส่งผลให้ปลากระชังที่เลี้ยงในแม่น้ำโขงเครียด ทำให้ป่วยและน็อกน้ำตายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงที่น้ำขึ้นแล้วลดลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีโรคสเต็ปที่เกิดขึ้นบริเวณเหงือก ทำให้ระบบหายใจของปลามีปัญหาและตาย และอีกโรคที่เป็นในช่วงนี้คือ โรคฟาร์โร เมื่อเป็นแล้วปลาจะตัวพองลอยขึ้นมาเหนือน้ำว่ายลงไปในน้ำไม่ได้ ก็จะตายเช่นเดียวกัน ซึ่งปลาที่เริ่มมีอาการป่วยก็จะขายให้กับแม่ค้า-พ่อค้า กิโลกรัมละ 50 บาท ส่วนปลาที่ตายแล้วจะนำไปทำปลาร้า ขายกิโลกรัมละ 20-23 บาท ส่วนปริมาณออกซิเจนในน้ำโขงนั้น แม้ว่าช่วงนี้จะปริมาณน้อยลงกว่าช่วงปกติทั่วไป แต่ก็ถือว่ายังพอเลี้ยงได้ จะมีปัญหาบ้างเฉพาะกระชังที่อยู่ติดริมฝั่ง ซึ่งเกิดจากการที่กระชังแออัดกันจนเกินไป การแก้ไขขณะนี้ทำได้เพียงการลดจำนวนอาหารลง จากเดิมที่เคยให้วันละ 3 ครั้ง ก็เหลือ 1-2 ครั้งเท่านั้น เพราะช่วงนี้ปลาเครียดจะกินอาหารน้อย หากให้มากอาหารที่เหลือจะเน่า ปลาก็จะตายมากขึ้นกว่าเดิมอีก

ด้านนายสมพงษ์ ภักดี อายุ 71 ปี เกษตรกรที่เลี้ยงปลากระชังในแม่น้ำโขง จำนวน 50 กระชัง บอกว่า ช่วงนี้ถือเป็นช่วงระยะเวลาที่ปลากระชังตายมากที่สุด ซึ่งเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังทราบดี แต่ก็ยอมที่เสี่ยงจะเลี้ยง เนื่องจากบางปีก็ตายน้อย บางปีก็ตายมาก ปีนี้ในส่วนของตนก็ถือว่าตายมากแต่ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตเหมือนบางรายที่เลี้ยงอยู่ติดกัน สำหรับอัตราการตายนั้น ปกติจะไม่ถึง 1 ตัว/กระชัง (1 กระชังจะเลี้ยง 2,000-3,000 ตัว) ช่วงที่ตายมากอย่างปีที่ผ่านมาวันหนึ่ง 300-400 กก. (เลี้ยง 50 กระชัง)

