วันที่ 2 กรกฎาคม เมื่อเวลา 11.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศิริ หวังบุญเกิด ไวยาวัจกรจากวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน พร้อมนายสายหยุด เพ็งบุญชู ทนายความ และอาสาสมัครชาวต่างชาติได้เดินทางมาเยี่ยมเสือของวัด หลังจากที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้ขนย้ายเสือรวม 146 ตัว มาไว้ดูแลที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน ต.รางบัว และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง ต.ปากช่อง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ซึ่งทั้งหมดได้ยืนอยู่บริเวณด้านหน้าประตูของสถานีฯ แต่ไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมเสือโคร่งที่อยู่ด้านในได้เนื่องจากไม่มีหนังสือจากที่กรมอุทยานมา
นายศิริ เปิดเผยว่า จะมาดูว่าเสือที่นำมานั้นไม่สบาย หรือกำลังจะตายหรือไม่กินอาหารก็จะได้ช่วยเหลือกัน และให้กำลังใจกันให้รักษาชีวิตได้อยู่รอด หวังว่าจะได้เสือเหล่านี้กลับคืนไปสู่ที่วัดอีกครั้ง เพราะว่ายังคงมีสัตว์อีกหลายตัวที่อดอยาก ขาดแคลน เนื่องจากเสือเหล่านั้นได้เลี้ยงสัตว์เหล่านั้นและได้ดูแลวัดด้วย ขณะที่เสือเหล่านี้ได้มาอยู่ที่นี่แล้วใครจะรับผิดชอบ ถามว่ามาแล้วเสือตาย ใครจะรับผิดชอบกระทำกันเหมือนไม่ใช่มืออาชีพ มาแล้วเสือตาย มาแล้วเสือเจ็บป่วย ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญบอกว่าจะมีเสือตายอีกเยอะ เช่น เสือชื่อดอกรักอายุ 2 ปีเศษ มีอาการป่วยเป็นหืดหอบอยู่ด้วยในจำนวนเสือที่นำมาจำเป็นต้องรักษาต่อเนื่อง ต้องจับป้อนยาอยู่เป็นระยะ
“อยากฝากไปถึงคนที่มีจิตเมตตา ใครที่เห็นด้วยกับเรา และที่ไม่เห็นด้วยกับกรมอุทยานให้เงินสนับสนุนมา ขอให้บอกมาเลยว่าจะให้เป็นค่าอาหาร บอกมาเลยว่าจะให้เป็นค่าที่จะไปฟ้องร้องเขาเท่าไหนก็จะสู้แค่นั้นขอให้บอกมาเลย วันนี้กรมอุทยานออกมาบอกว่าค่าอาหารไม่พอ แล้วคุณเอามาทำไม เสือก็อยู่ที่นั่นดีอยู่แล้วก็ให้ใช้กฎหมายควบคุมที่วัดว่าจะให้ทำอะไรก็กำหนดไป ขณะที่กล่าวหาวัดเป็นแหล่งค้าสัตว์ป่า แหล่งค้าตลาดมืด กล่าวหาทุกกรณี วันนี้นำเสือมาบอกเดือดร้อนและขอใช้งบประมาณแผ่นดิน ซึ่งผมจะบอกในกรรมาธิการว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเดือดร้อนต้องเอางบของแผ่นดินมาทำไมตรงนี้ ในเมื่อเอกชนเขาเลี้ยงดูตรงนี้อยู่แล้ว ราชการก็ไม่เดือดร้อน เสือเป็นทรัพย์ของแผ่นดิน เมื่อเป็นของแผ่นดินก็เป็นของหลวง ฝากเขาเลี้ยงเขาก็เลี้ยงดูแลดีแล้วจะเอากลับคืนไปทำไม” นายศิริ กล่าว

นายศิริกล่าวอีกว่า วันนี้ทางวัดป่าหลวงตาบัวมีประชาชนส่งอาหารมาให้กินพออยู่ได้ ถามว่าจะให้สมบูรณ์เหมือนเดิมมั้ยคงไม่ใช่ คนที่เลี้ยงก็ไม่มีรายได้ ตกงาน วันนี้จากที่เป็นแลนด์มาร์คของประเทศไทยก็ต้องหมดสลายไป และจะให้องค์กรต่างประเทศมาเทกโอเวอร์ตรงนี้ ผมขอถามกลับไปถูกต้องหรือไม่ วันนี้มาประกาศว่ามีมูลนิธิ หรือองค์กรต่างๆ ที่ต้องการอยากได้เสือก็ให้มาจองเอา มันเรื่องอะไรกับสวนสัตว์ที่ดี กับสวนสัตว์ที่มีการเลี้ยงดูแลดีอยู่แล้ว แต่กลับทำให้เสือตายแล้วใครจะรับผิดชอบ จึงได้แต่ฟ้องต่อประชาชนจะไปทำอะไรได้ เพราะเป็นหน่วยงานราชการที่มีอำนาจมาก จึงอยากให้อาสาสมัครที่มานี้ได้มีโอกาสเข้าไปหาเสือที่เขาเคยเลี้ยงดูแล สามารถสัมผัสได้ เป็นความผูกพันที่มีต่อกันอยู่ นอกจากนี้ยังทราบว่ามีหมีอยู่ตัวหนึ่งกำลังล้มป่วยอยู่ด้วย
ต่อมานายวินันท์ วิระนะ หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสนได้ออกมาพบพร้อมพูดคุยกับคณะดังกล่าว พร้อมกล่าวว่า ตามปกติสถานที่ราชการจะอนุญาตให้ประชาชนเข้าไปติดต่อราชการตามปกติได้ แต่ในกรณีนี้ทางสถานีงดเยี่ยมชมเนื่องจากว่าบริเวณสวนสัตว์ที่เคยเปิดให้คนได้เยี่ยมชมสัตว์ป่ามีคอกกรงยังไม่สะดวกและมีปัญหาอยู่ จึงปิดการเยี่ยมชมชั่วคราว ส่วนกรณีเสือโคร่งของวัดหลวงตาบัวถ้าจะเข้ามาเยี่ยมชมต้องได้รับหนังสืออนุมัติ จากอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯก่อน ซึ่งได้สั่งการไว้ เนื่องจากอยู่ในช่วงที่เสือเพิ่งเคลื่อนย้ายมาใหม่ ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้น เช่น เสือช็อก เสือเครียด จะทำให้เกิดความเดือดร้อนขึ้นได้
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่หัวหน้าสถานีฯป่าเขาสนไม่อนุญาตให้คณะจากวัดหลวงตาบัวเข้าไปด้านในแล้ว ทางคณะจึงเดินทางต่อไปยังที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง เพื่อจะขอเข้าเยี่ยมเสือโคร่งบริเวณด้านใน แต่ก็ได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ว่าไม่อนุญาตให้เข้าไปได้ เว้นแต่จะมีหนังสือหรือคำสั่งจากอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสั่งการอนุญาตเท่านั้น

