หน้าแรก ภูมิภาค ตร.ส่งศาลฝากข...

ตร.ส่งศาลฝากขังแก๊งโจ๋รุมตีครูสอนคอมพ์ ค้านประกันตัว ญาติครวญพร้อมเยียวยาคนเจ็บ

18.02.20 | 11:05 น.

สืบเนื่องกรณีคดี 5 โจ๋ รุมกระทืบนายวีระพงศ์ มะสุใส หรืออาท ครูสอนคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองนครพนมได้รับบาดเจ็บสาหัส เนื่องจากมีเลือดคั่งในสมอง แพทย์ต้องนำเข้าห้องผ่าตัดช่วยเหลือชีวิต ขณะนี้รักษาอาการอยู่ที่หอผู้ป่วยศัลยกรรมชาย อาคาร 67 ปี โรงพยาบาลนครพนม เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ท้องที่ สภ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม นั้น

ต่อมา หลังเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายทั้ง 5 ยังลอยนวล ขณะที่ฝ่ายผู้บาดเจ็บกังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงนำภาพอาการของนายวีระพงศ์เผยแพร่ทางสื่อโซเชียล กระทั่งนักข่าวติดตามนำข้อเท็จจริงมาเสนอ สุดท้ายกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้ง 5 คน เดินทางไปมอบตัวกับ ร.ต.อ.ฉัตรชัย กองพันธ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.โพนสวรรค์ ประกอบด้วย 1.นายโชคชัย มาปัน หรือก็อต อายุ 20 ปี 2.นายณัฐธวุฒิ ต้ายบุญเทียม หรือปอย อายุ 22 ปี 3.นายลายสือ โยลัย อายุ 23 ปี และเยาวชนอายุระหว่าง 16-17 ปี อีก 2 คน

ทั้งนี้ ทั้งหมดให้การรับสารภาพอ้างว่าวันที่เกิดเหตุขณะนั่งดื่มเหล้ากันอยู่นั้นได้มีคนขว้างขวดเหล้ามาที่โต๊ะ จึงร้องถามไปที่โต๊ะของนายวีระพงศ์ว่าใครโยนขวดมา แต่ไม่มีใครตอบกลับ จากนั้นทั้งหมดก็ลุกไปขี่รถจักรยานยนต์ออกไป พวกตนจึงคิดว่าเป็นคนที่ขว้างขวดเหล้ามาใส่ที่โต๊ะ จึงชวนกันขี่รถ จยย.ไล่ตามไปทันที่หน้าโรงพยาบาลโพนสวรรค์ แล้วสั่งให้จอดรถก่อนจะลงไปรุมกระทืบ ถอดหมวกกันน็อกของนายวีระพงศ์ฟาดกระหน่ำจนแน่นิ่งจึงพากันแยกย้ายหลบหนี กระทั่งมีข่าวนำเสนอออกทางโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และออนไลน์ จึงพากันมามอบตัวดังกล่าว

ย้อนอ่าน : โจ๋รุมตีครูสอนคอมพิวเตอร์ จนต้องผ่าตัดสมอง ผ่านมา 1 อาทิตย์ ยังไม่ยอมจับคนร้าย

ล่าสุด เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 18 กุมภาพันธ์ ญาติของผู้ก่อเหตุทั้ง 5 รายมารับทราบข้อกล่าวหา โดยเบื้องต้นพนักงานสอบสวนตั้งข้อหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุได้รับบาดเจ็บแก่กายและอันตรายสาหัส” ซึ่งได้ดำเนินการทำประวัติอาชญากรรมตามขั้นตอน ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหา 3 ราย ได้แก่ 1.นายโชคชัย มาปัน หรือก็อต อายุ 20 ปี 2.นายณัฐธวุฒิ ต้ายบุญเทียม หรือปอย อายุ 22 ปี และ 3.นายลายสือ โยลัย อายุ 23 ปี ส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดนครพนม โดยคัดค้านการประกันตัว ส่วนเยาวชนอีก 2 คน ต้องสอบปากคำที่สำนักงานอัยการจังหวัดนครพนมต่อหน้าสหวิชาชีพ

Advertisement

ด้าน ร.ต.อ.ฉัตรชัยเปิดเผยว่า หากได้ผลตรวจทางการแพทย์มาประกอบคดีว่านายวีระพงศ์ได้รับบาดเจ็บอันตรายมากน้อยแค่ไหน ใช้เวลารักษานานกี่เดือน และจะเป็นอันตรายต่อชีวิตหรือไม่อย่างไร ก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมทีหลัง ซึ่งได้รับแจ้งจากแพทย์ว่าต้องดูอาการคนเจ็บจนมั่นใจเสียก่อนจึงจะออกใบรับรองได้

ขณะที่ทางญาติของผู้ต้องหาได้เผยว่า หลังเกิดเหตุก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ไปเยี่ยมอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลเพื่อแสดงเจตจำนงในการเยียวยาค่ารักษาพยาบาล แต่ทางผู้ปกครองของนายวีระพงศ์ยังไม่ตอบรับ จึงอยากขอความเป็นธรรมว่าไม่คิดจะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบใดๆ