จับได้แล้ว! โจรใช้ขวดน้ำส้มตีแม่ค้าขายของชำ สารภาพเครียดไม่มีงานทำ และเมียหนี
จากกรณีเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2563 เวลา 14.50 น. ได้เกิดเหตุคนร้ายเป็นชายสวมหมวกไอ้โม่ง ปิดบังใบหน้า เข้าไปก่อเหตุทำทีจะซื้อน้ำส้ม น้ำอัดลม ก่อนที่จะใช้ตีหญิงเจ้าของร้านขายของชำจนได้รับบาดเจ็บ และชิงเงินประมาณ 2,000 บาท หลบหนีไป ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายในร้านขายของชำแห่งหนึ่ง ริมถนนซุปเปอร์ไฮเวย์สายลำปาง – เชียงใหม่ ขาเข้า จ.ลำปาง เขตชุมชนบ้านสบตุ๋ย ต.ปงแสนทอง อ.เมือง จ.ลำปาง
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนของ สภ.เขลางค์นคร อ.เมือง จ.ลำปาง ได้รุดเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ โดยมี นางนุสรา ยศกุนา อายุ 56 ปี หญิงเจ้าของร้าน ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ โดยบอกว่า ไม่ได้รับบาดเจ็บมาก เพราะขวดน้ำส้ม ซึ่งเป็นขวดแก้ว หลุดมือจากคนร้ายไปก่อน ตามภาพกล้องวงจรปิดภายในร้าน ที่บันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้อย่างชัดเจน ซึ่งคนร้ายยังเข้ามาล็อกที่คอด้วย เมื่อได้เงิน ก็รีบหลบหนีขี่รถจักรยานยนต์ออกไป หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่จึงขออำนาจศาลจังหวัดลำปางออกหมายจับเลขที่ 20/2563 ข้อหาชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ร่างกาย และจิตใจ โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 ความคืบหน้าในเรื่องนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายรายนี้ที่หลบหนีไปกลับมาแล้ว และในวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายภานุพงค์ ละออง หรือโอ๋ อายุ 41 ปี ชาวบ้านหนองห้า ม.10 ต.ปงแสนทอง อ.เมือง จ.ลำปาง มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ร้านขายของชำที่เกิดเหตุ ในเหตุการณ์ที่ทำทีเข้ามาซื้อน้ำส้ม และเอาขวดน้ำอัดลมที่เป็นขวดแก้วฟาดหญิงเจ้าของร้าน และเมื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพเสร็จ นายภานุพงศ์ได้ยกมือไหว้ขอโทษ นางนุสรา หญิงเจ้าของร้าน ก่อนที่หญิงเจ้าของร้านจะว่ากล่าวตักเตือน และเน้นย้ำว่า อย่าไปทำแบบนี้กับใครอีก พี่ขออโหสิกรรมให้
ส่วนนายภานุพงค์บอกว่า วันที่เกิดเหตุ เกิดความเครียดเพราะทะเลาะกับภรรยา และภรรยาได้พาลูกหนีไป ประกอบกับไม่ได้ทำงาน และหาทางออกไม่ได้ จึงก่อเหตุดังกล่าว เพื่อหวังชิงเงิน และหลังก่อเหตุได้ขึ้นรถโดยสารหนีไปหลบที่ จ.เชียงใหม่ แต่ทนความกดดันจากเจ้าหน้าที่ที่ได้จับกุมตัวไม่ไหว จึงเข้ามามอบตัว อย่างไรก็ตาม หลังจากเจ้าหน้าที่นำผู้ก่อเหตุเข้ามาทำแผน ก็เหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น ขณะเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ก่อเหตุออกมาหน้าร้าน ก็มีชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นญาติของหญิงเจ้าของร้าน เกิดความโกรธแค้นได้เข้ามาชกใบหน้าของผู้ก่อเหตุ จนเจ็บล้มลงไปกับพื้น เจ้าหน้าที่จึงรีบเข้าห้าม และขอให้ใจเย็น
ด้าน นางนุสรา หญิงเจ้าของร้าน บอกว่า ถึงแม้ผู้ก่อเหตุจะสวมหมวกไอ้โม่งปิดบังใบหน้า และเข้ามาก่อเหตุ แต่ตนก็ยังจำได้ ทั้งเสียง และรูปร่าง เพราะผู้ก่อเหตุมาซื้อของที่ร้านบ่อยนานนับ 10 ปี หลังก่อเหตุ จึงได้บอกข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ เพราะมั่นใจว่าเป็นคนร้ายที่เข้ามาก่อเหตุแน่นอน ตอนนี้หลังคนก่อเหตุมามอบตัว ความรู้สึกส่วนตัวได้ให้อภัยกับผู้ก่อเหตุแล้ว และขออย่าให้ผู้ก่อเหตุไปทำแบบนี้กับใครอีก และฝากเตือนร้านค้าด้วยกันว่าอย่าเอาเงินทอนมาเก็บไว้ที่ตัวมากนัก เพราะไม่รู้ว่าใครจะมาก่อเหตุแบบนี้อีก ขนาดลูกค้าที่ซื้อขายกันมานาน ยังก่อเหตุแบบนี้กับคนที่รู้จักกันได้


