โควิด-19 พ่นพิษ ‘ถ้ำเลเขากอบ’ เงียบเหงา ซ้ำเหตุเรือล่มภูเก็ต-เรือนำเที่ยวขึ้นราคา

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า ที่ถ้ำเลเขากอบ หรือถ้ำทะเล หรือถ้ำเขากอบ หมู่ 1 ตำบลเขากอบ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันซีนอินตรังที่สำคัญแห่งหนึ่งของอำเภอห้วยยอด ภายในถ้ำมีชื่อของแตกต่างกันไปตามธรรมชาติได้แต่งแต้มให้เกิดความสวยงาม อาทิ ถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำท้องพระโรง ถ้ำรากไทร ถ้ำเจ้าสาว ถ้ำลอด หรือถ้ำมังกร ซึ่งพบว่า บรรยากาศการท่องเที่ยวเงียบเหงา เรือที่ใช้บริการลูกค้าจอดเรียงราย คนขับเรือบางรายนอนหลับ เพื่อรอนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวลงเรือเข้าไปในถ้ำเพื่อชมความงาม ด้านร้านจำหน่ายของซื้อของฝากและช่างภาพที่รับถ่ายภาพนักท่องเที่ยวจำหน่ายก็ขาดรายได้ไปตามๆ กัน

สอบถามนางสาวอนุ อินทรวิเศษ อายุ 48 ปี พนักงานขายตั๋ว กล่าวว่า ตอนนี้การท่องเที่ยวที่นี่ได้รับผลกระทบอย่างมาก คนขับเรือต้องไปหาอาชีพเสริมเพื่อเป็นรายได้ ซึ่งแตกต่างจากเมื่อก่อนมาก จากเรือ 25 ลำมีรายได้อย่างน้อย 2 รอบ แต่ตอนนี้เรือ 25 ลำ ลำละรอบก็แทบจะไม่ได้ ส่วนหนึ่งมาจากพิษเศรษฐกิจ และราคาที่ปรับขึ้นเป็นเที่ยวละ 400 บาท ก็อาจจะเป็นผลกับนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวเจอวิกฤตตั้งแต่เหตุการณ์เรือท่องเที่ยวล่มที่จังหวัดภูเก็ตเมื่อปี 2562 นักท่องเที่ยวชาวจีนแผ่นดินใหญ่หายไปเกือบทั้งหมด หลังจากนั้นมาเจอพิษของไวรัสโควิด 19 ซ้ำ ทำให้นักท่องเที่ยวจีนหายไปทั้งหมด ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวจีน-มาเลเซียที่เป็นนักท่องเที่ยวหลักที่เข้ามาที่นี่ก็เจอกฎระเบียบ ห้ามไกด์นำนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทยเอง ต้องมีการถ่ายนักท่องเที่ยวขึ้นรถฝั่งประเทศไทยอีกทอดหนึ่ง สร้างความยุ่งยากกับท่องเที่ยวกลุ่มนี้

ด้านนางสาวเพียงเพ็ญ ยอสม ปลัด อบต. ปฏิบัติหน้าที่นายก อบต.เขากอบ กล่าวว่า การท่องเที่ยวถ้ำเลเขากอบ ถ้าเทียบกับปีที่แล้วปีนี้นักท่องเที่ยวลดลงจำนวนมาก อาจจะเพราะเหตุการณ์หลายๆ อย่าง และนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวที่นี่ส่วนมากไม่ใช่นักท่องเที่ยวกลุ่มเดิมที่มาซ้ำๆ ซึ่งมีจำนวนไม่มาก โดยการนำเที่ยวของบริษัททัวร์จากต่างประเทศ เช่น จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ ส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มศึกษาดูงาน และมาท่องเที่ยวโดยส่วนตัว มาครั้งเดียวจบ ส่วนโรคระบาดไวรัสโควิด 19 มีผลกระทบโดยตรง เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาเป็นรถบัส เป็นทัวร์เป็นชาวต่างชาติทั้งหมด ซึ่งมีผลกระทบมาก เพราะรายได้ของชาวบ้านที่นี่คือทำสวนยางพารา หลังจากนั้นก็มีพายเรือรับนักท่องเที่ยวซึ่งในแต่ละวันจะมีรายได้ต่อเที่ยว 100 บาท เขาจะได้ทุกวัน พอไม่มีนักท่องเที่ยวมีผลกระทบทันทีกับผู้ประกอบอาชีพพายเรือ ซึ่งมีสมาชิกชมรมของเขาอยู่ ซึ่งถ้าเทียบกับเมื่อก่อนเขาจะมีรายได้วันละหลายๆ เที่ยว นั่นคือเงินสดที่เขาถือกลับบ้านในแต่ละวัน แต่มายุคนี้จำนวนเที่ยวลดลง

นายสมพร เกตทอง อายุ 63 ปี พนักงานขับเรือบริการนักท่องเที่ยว และพนักงานขายของซื้อของฝากที่เป็นงานศิลปะทำจากไม้เทพทาโรและไม้ขนุน กล่าวว่า ผลกระทบจากไวรัสโควิด 19 ทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามา มีผลกระทบเรื่องรายได้ บางวันก็ได้ บางวันก็ไม่ได้ ตนเองทำงานไม่มีเงินเดือน ไม่มีสวัสดิการ มาทำงานจิตอาสา ถ้าถึงคิวก็จะได้ออกเรือไป แต่ถ้าไม่ถึงคิวก็ต้องกลับบ้านตัวเปล่า รอผลัดวันต่อไป นอกเสียจากเราจะสละสิทธิ ส่วนของฝากบางวันก็ขายได้ บางวันก็ขายไม่ได้ ทั้งนี้ ตนเองรับพายเรือจ้างด้วย ถ้ามีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะขายของได้ดี สามารถดำรงชีพอยู่ได้ แต่ต้องทำงานอื่นเสริมด้วย ขายของ 4-5 วันกว่าจะได้สัก 1 ชิ้น

“อยากให้นักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวมากๆ เหมือนเดิม ซึ่งตอนนี้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพอสมควร แต่พอเห็นค่าเรือก็เปลี่ยนใจ ไม่ยอมลงเรือ แต่การมาท่องเที่ยวที่นี่ต้องลงเรือ เพราะสถานที่ท่องเที่ยวอยู่ในถ้ำ บรรยากาศข้างนอกมีเพียงความร่มรื่นของเงาไม้เท่านั้น” นายสมพรกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้SYS เปิด “ศูนย์กระจายสินค้าบ้านบึง” เสริมศักยภาพในการจัดเก็บและกระจายสินค้า
บทความถัดไปตัวแทน กลุ่มแรงงานอิสระรุดขอบคุณ หม่อมเต่าหนุนแก้กฎหมายขยายอายุ ม.40 จาก 60 – 65 ปี