ภรรยาตำรวจเหยื่อระเบิดเสียชีวิตฝากถึงผู้ก่อเหตุ จงรู้ไว้ว่าครอบครัวใจสลาย แต่อโหสิกรรม ไม่ขอจองเวรกันและกัน หวังเพียงย้อนถึงสุขที่สุดในชีวิตแล้วกลับตัวกลับใจเพื่อตนเอง ส่วนตัวจะขอเลี้ยงลูกน้อย 2 คน และอีก 7 เดือนในท้องเป็นคนดี และสอนให้เป็นผู้ให้
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานเหตุกลุ่มคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองปัตตานี ขณะปฏิบัติหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกด้านจราจรให้กับชาวไทยมุสลิมที่เดินทางมาร่วมในพิธีละหมาดตารอเวียะที่มัสยิดกลางปัตตานี ในห้วงเดือนรอมฎอน เนื่องจากการละหมาดในห้วงเดือนนี้ถือเป็นการละหมาดอันสำคัญและได้บุญทวีคูณกว่าเดือนปกติ โดยมุสลิมทั่วโลกยังถือเป็นเดือนอันประเสริฐ ทุกคนจะงดทำชั่วและจะปฏิบัติตนทั้งกาย-วาจา-ใจในทางที่ดีงาม ตามหลักศาสนาอิสลาม แต่กลับถูกคนร้ายก่อเหตุลอบวางระเบิดในห้วงที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรมาคอยทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ จนเป็นเหตุให้ จ.ส.ต.อนุรักษ์ รักษ์บุตร เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บประกอบด้วย ส.ต.ต.สุรศักดิ์ ปางสังข์ ส.ต.ต.วิชากร เอกกูล และนายยา มอลอ ชาวบ้านถูกลูกหลงส่งตัวรักษาตัวที่โรงพยาบาลปัตตานี เหตุเกิดบริเวณหน้าบริษัท อัลฮิจเราะห์ ปัตตานี ติดกับมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี ถนนยะรัง ต.จะบังติกอ เขตเทศบาลเมืองปัตตานี เมื่อช่วงค่ำวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา
ล่าสุดแพทย์ได้ตรวจรักษา ส.ต.ต.สุรศักดิ์ ปางสังข์ พบถูกสะเก็ดระเบิดเป็นแผลที่ขาขวาและกระดูกขาซ้ายหัก ส.ต.ต.วิชากร เอกกูล แรงระเบิดทำให้กระดูกขาขวาหักและยังคงอยู่ในการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด ส่วนนายยา มอลอ ชาวบ้านที่ถูกลูกหลงบริเวณศีรษะเจ็บเล็กน้อยได้ให้กลับบ้าน
ขณะที่นางรัชนู รักษ์บุตร ภรรยา จ.ส.ต.อนุรักษ์ ที่เสียชีวิตและตั้งท้องได้ 7 เดือน เดินทางมารอรับศพสามีนำไปประกอบพิธีทางศาสนาพุทธ โดยตั้งบำเพ็ญกุศลศพที่วัดโมฬีนิมิต หมู่ 7 ต.มะกรูด อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ในวันนี้สิ่งหนึ่งที่เราเคยนึกกลัวก็เกิดขึ้นแบบนึกไม่ถึงว่าจะต้องมาเกิดขึ้นกับครอบครัวเราจริงๆ แต่เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้วตอนนี้ก็ต้องทนทำใจยอมรับและต้องสู้ต่อไปให้ได้ เพราะสิ่งสำคัญต่อไปนี้คือเราต้องทำหน้าที่เลี้ยงดูลูกๆ ต่อไปให้ได้และต้องทำจิตใจให้เข้มแข็ง และแม้จะอ่อนแอลงไปก็จะขอทนสู้ให้ได้ จะต้องเลี้ยงดูลูกของเราต่อไปให้ได้ และอยากบอกถึงคนที่ทำร้ายสามีว่าตอนนี้ชีวิตของครอบครัวเราได้แตกสลายลงแล้ว และจะขออโหสิกรรมให้ เราจะไม่ขอจองเวรจองกรรมกับคนที่มาทำร้ายครอบครัวจนสามีตายลงไป และจะไม่เอาเรื่องอะไรกับเขาทั้งนั้น อโหสิก็คืออโหสิ เพราะสิ่งไหนที่เขาทำลงไปผลกรรมนั้นก็จะติดไปตกกับเขาเอง จะไม่มีการอาฆาตกันและกัน เพราะมีสิ่งที่ต้องทำให้สำเร็จและมีความสำคัญมากจากนี้ไป คือ การเลี้ยงลูกๆ ทั้ง 3 คนให้โตเป็นคนดี และสิ่งที่จะคอยสอนสั่งเขาคือต้องเป็นผู้ให้ เพราะสิ่งนี้มันนำมาสู่ความสุข และอยากเพียงหวังให้คนที่ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้
และอยากถามว่าเพียงย้อนถึงความสุขที่สุดในชีวิตบ้างอยู่หรือไม่ อยากเพียงให้ลองหวนคิดทบทวนดูว่าสิ่งไหนคือสุขใจที่สุด แล้วกลับไปทำสิ่งนั้นและก็กลับตัวกลับใจเพื่อตนเองเสียเถอะ และอยากบอกว่าถึงตอนนี้แม้จะเสียใจกับการจากไปของสามี แต่ก็มีความภาคภูมิใจกับเขามาก เพราะเขาได้ทำหน้าที่คอยดูแลประชาชน โดยเฉพาะได้ไปทำหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านจราจร ทำให้กับผู้ที่มาละหมาดให้ได้รับความสะดวกปลอดภัย นั้นคือเขากำลังปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต

