วันที่ 4 กรกฎาคม เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายนิคม มากรุ่งแจ้ง อายุ 53 ปี อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จังหวัดสมุทรสาคร ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นประธานผู้ประนีประนอมประจำศาล จังหวัดสมุทรสาคร คณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดอกไม้ 65 ล้าน บานสะพรั่ง ประจำจังหวัดสมุทรสาคร และคณะกรรมการอุทธรณ์สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 22.30 น. ของวันที่ 2 กรกฎาคม 2559 ที่ผ่านมา ตนเองได้ถูกมิจฉาชีพกระทำการแฮกข้อมูลในเฟซบุ๊กแล้วเข้าไปปล่อยข้อความส่วนตัวทางเฟซบุ๊กถึงเพื่อนๆ ของตนที่มีอยู่จำนวนมาก เพื่อขอยืมเงินคนละ 2,000 บาท โดยระบุว่า ตนเองเดือดร้อนเงินจำเป็นต้องใช้เงิน 2,000 บาท ขอให้ช่วยโอนผ่านเน็ตมาให้ด้วย แล้วตอนเช้าจะคืนให้ พร้อมกับมีเลขที่บัญชีส่งเข้าไปด้วย
นายนิคม เล่าเพิ่มเติมอีกว่า ในวันดังกล่าวหลังจากที่ตนเองกลับมาจากร่วมงานมงคลสมรสในกรุงเทพฯ ก็มีเพื่อนโทรศัพท์มาหาแล้วบอกว่ามีข้อความจากตนส่งไปขอยืมเงิน 2,000 บาท ซึ่งน่าจะถูกแฮกข้อมูลส่วนตัวในเฟซบุ๊กแล้ว หลังจากนั้นก็มีคนโทรศัพท์มาถามอีกหลายสายว่า เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงเดือดร้อนเงินแล้วจำเป็นต้องขอยืมแค่ 2,000 บาท โดยให้โอนให้ด่วนทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งตนก็บอกไปว่าไม่ได้เดือดร้อนอะไรและไม่ได้ส่งข้อความใดๆ ทั้งนี้ ตนจึงรีบให้ลูกชายตรวจสอบ แล้วก็พบว่า มีข้อความในลักษณะดังกล่าว ส่งมาถึงลูกชายของตนที่เป็นหนึ่งในรายชื่อของเพื่อนในเฟซบุ๊กที่มีอยู่กว่า 900 คนด้วยเช่นเดียวกัน จึงได้หลอกพิมพ์โต้ตอบและขอชื่อกับเลขที่บัญชี โดยมิจฉาชีพคนดังกล่าวก็ส่งมาให้ระบุชื่อ ศรินทิพย์ ศรีจันทร์ ไม่ใส่คำนำหน้านาม เลขที่บัญชี 3570980270 ธนาคารกรุงเทพ
“เมื่อลูกชายถามกลับไปว่า ทำไมไม่ใช้ชื่อบัญชี นิคม มากรุ่งแจ้ง ทางฝ่ายมิจฉาชีพก็ตอบว่า ใช้บัญชีของเพื่อนและยังตอบกลับมาอีกว่าให้โอนเลย ซึ่งตนมั่นใจว่า คงถูกเข้าไปขโมยข้อมูลส่วนตัวที่ใช้ในการเล่นเฟซบุ๊กแน่แล้ว และหลังจากนั้นต่อมาอีกประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ปรากฏว่า เฟซบุ๊กของตนถูกปิดไปแล้ว ไม่สามารถเข้าได้เหมือนเดิม ทำให้เห็นว่ามิจฉาชีพรายดังกล่าวคงปิดไปเป็นที่เรียบร้อย เพราะน่าจะรู้ว่ามีหลายคนเห็นผิดสังเกตและไม่หลงเชื่อ ขณะที่ตนก็ได้ให้ลูกชายได้ใช้เฟซบุ๊กของลูกส่งข้อความไปถึงเพื่อนๆ แทน ว่าข้อความดังกล่าวตนไม่ได้ส่งไป เป็นฝีมือของพวกมิจฉาชีพ อย่าหลงเชื่อและไม่ต้องโอนเงินใดๆ ทั้งสิ้น แต่ก็ไม่รู้ว่ามีใครโอนไปบ้างแล้วหรือไม่ โดยกำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ” นายนิคม กล่าว
นายนิคม กล่าวอีกว่า โลกโซเชียลสมัยนี้ ช่วยทำให้ได้รับข้อมูลข่าวสารที่สะดวก และรวดเร็ว รวมถึงสามารถติดต่อกับเพื่อนๆ ได้อย่างกว้างขวาง แต่ก็ต้องระวังให้มากเป็นพิเศษ เพราะมีพวกมิจฉาชีพคอยที่จะใช้กระทำการหลอกลวงผู้อื่น ซึ่งก็อยากจะฝากเตือนถึงผู้ที่ได้รับข้อความในลักษณะดังกล่าว ให้มีการตรวจสอบข้อมูลทางโทรศัพท์กับเจ้าของเฟซเสียก่อน และที่สำคัญคือ ควรตั้งรหัสการเข้าถึงให้ยากต่อการสุ่มเดาของพวกมิจฉาชีพ นอกจากนี้ในกรณีของตนเองนั้น หากใครที่ได้ทำการโอนเงินตามเลขที่บัญชีที่มิจฉาชีพส่งไปให้ ก็ขอให้เข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เป็นหลักฐาน ส่วนตัวเองนั้นได้ทำการแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งตรวจสอบและติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

