‘ผอ.รพ.สมเด็จฯ’ ปัดข่าวลือ ยันสมุทรสงคราม ไร้ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19

โควิด-กรณีกระแสข่าวเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีผู้ป่วยหญิงรายหนึ่งกลับจากประเทศญี่ปุ่น และมีไข้เจ็บคอ และอาการคล้ายผู้ป่วยไวรัส โควิด-19 มาเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า ซึ่งเข้าเกณฑ์ตามการซักประวัติสอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ทางโรงพยาบาลฯ จึงให้พักอยู่สังเกตอาการ ตามเกณฑ์เฝ้าระวังของกระทรวงสาธารณสุข และส่งตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด19 นั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ นพ.โชคชัย ลีโทชวลิต ผอ.รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า ได้ชี้แจงกระแสข่าวดังกล่าวว่า เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวจริง แต่เป็นเพียงขั้นตอนการเฝ้าระวังผู้ป่วยที่มีอาการไข้หวัดและเดินทางกลับมาจากประเทศเฝ้าระวัง ได้แก่ จีน ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ในช่วง 14 วันที่ผ่านมา ซึ่งเป็นมาตราการปกติ ที่ รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า ทำให้เกิดความปลอดภัยกับคนไข้ และบุคลากร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่กระจาย แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยรายดังกล่าวติดเชื้อไวรัสโควิด อย่างไรก็ตามผลตรวจพบว่าผู้ป่วยรายดังกล่าวไม่ติดเชื้อแต่อย่างใด และปัจจุบันจังหวัดสมุทรสงคราม ไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่อย่างใด

นพ.โชคชัย กล่าวว่า การเตรียมพร้อมรับมือกับเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น ทางรพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า มีการซ้อมแผนในระดับต่างๆ เริ่มตั้งแต่มีการเตรียมพื้นที่เฉพาะผู้เข้าข่ายเฝ้าระวัง เพื่อความปลอดภัยของผู้รับบริการทั้งหมด รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้วย ล่าสุดปัจจุบันมีคนไข้กลุ่มไข้หวัดมีน้ำมูกและไอ เข้ามารับบริการจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อไวรัสโควิด 19 ไม่ให้กระจายไปสู่ผู้ป่วยอื่นที่เข้ามารับบริการ รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า ได้กำหนดพื้นที่สำหรับผู้ป่วยกลุ่มไข้หวัด มีไข้ ไอ มีน้ำมูก โดยเฉพาะไว้บริเวณด้านข้างซ้ายของโรงพยาบาลฯ เมื่อมีผู้ป่วยเข้ามารับบริการจะผ่านการคัดกรอง หากเป็นกลุ่มดังกล่าว จะถูกเชิญออกทางซ้ายมือไปยังจุดตรวจเฉพาะ โดยไม่ให้ผ่านผู้ป่วยรายอื่นๆ เพื่อความปลอดภัยเนื่องจากหากมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ปะปนอยู่กับผู้ป่วย จะทำให้แพร่เชื้อโรคได้รวดเร็ว โดยจะดำเนินการได้ภายในวันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563

“ส่วนนอกเวลาราชการจะจัดพื้นที่บริเวณข้างห้องฉุกเฉิน โดยทั้ง 2 กรณีจะจัดบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะ มีการแยกทีมบุคลากรกับผู้ป่วยทั่วไป เพื่อความปลอดภัยกับผู้ป่วยที่มารับบริการด้วย อย่างไรก็ตาม หากพบผู้ต้องสงสัยเฝ้าระวังที่มีอาการหวัด และกลับจากประเทศเสี่ยง จะเข้าสู่กระบวนการเฝ้าระวัง กรณีมีอาการเล็กน้อยจะแนะนำให้กลับไปสังเกตอาการที่บ้าน แต่หากมีอาการเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังจะเชิญให้พักดูอาการที่โรงพยาบาลสมเด็จฯ ที่ชั้น 5 อาคารรวมใจเอื้อ โดยแยกห้องออกห่างจากผู้ป่วยรายอื่น พร้อมกับส่งตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด 19 หากผลเป็นบวก จะย้ายผู้ป่วยดังกล่าวไปพักที่ชั้น 4 อาคารรวมใจเอื้อ ที่เป็นห้องแยกโรคชนิดแรงดันลบ โดยจัดพื้นที่ให้ผู้ป่วยสังเกตอาการเฉพาะไม่ปะปนกับผู้ป่วยอื่นๆ แยกทีมบุคลากรทางการแพทย์กับผู้ป่วยทั่วไป และมีระบบการป้องกันต่างๆตามมาตราฐานกระทรวงสาธารณสุขด้วย” นพ.โชคชัย กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้มองมุมบวก ส่องมุมลบ 55 วัน แห่งการ บอกลา ‘ถุงพลาสติก’
บทความถัดไปวิทยาลัยเทคโนฯ ชัยนาท แจงปิดกิจการ ยันไม่ได้ลอยแพน.ศ.