ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่ สวนสัตว์ขอนแก่น ต.คำม่วง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น นายธนชน เคนสิงห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสวนสัตว์ขอนแก่น เปิดเผยว่า หนูยักษ์คาปิบาร่า ได้ให้กำเนิดสมาชิกใหม่เพิ่มจำนวน 6 ตัว เป็นเพศเมีย 4 ตัว เพศผู้ 2 ตัว ที่เพิ่งเกิดภายในส่วนจัดแสดง ด้วยสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ดี อยู่ภายในส่วนแสดงกับแม่ตลอดเวลา และนับว่าเป็นความโชคดีของสวนสัตว์ขอนแก่นอีกครั้ง ที่ได้ลูกวัลลาบีเผือก สมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นอีก 1 ตัว เป็นเพศผู้
นายธนชน เคนสิงห์ กล่าวว่า โดยหนูยักษ์คาปิบาร่านี้ เกิดจากพ่อคาปิบาร่า ชื่อ ถั่วดำ อายุประมาณ 6 ปี และ แม่คาปิบาร่า ชื่อ น้อยโหน่ง อายุประมาณ 6 ปี ที่อยู่ภายในสวนสัตว์ขอนแก่น โดยลูกหนูยักษ์คาปิบาร่าที่เพิ่งเกิดเป็นรุ่นที่ 6 ภายในสวนสัตว์ขอนแก่น ปัจจุบันสวนสัตว์ขอนแก่นมีหนูยักษ์ คาปิบาร่าจัดแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมทั้งหมด 18 ตัว
สำหรับคาปิบาร่าเป็นสัตว์ฟันแทะขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีลักษณะคล้ายหนูตะเภาหูสั้น ไม่มีหาง มีพังผืดที่เท้า ขนสีน้ำตาลอ่อนถึงสีดำ เมื่อโตเต็มที่อายุ 15–18 เดือน จะมีน้ำหนัก มากถึง 50–70 กิโลกรัม สูงประมาณ 45 เซนติเมตร เป็นสัตว์ที่ว่ายน้ำและดำน้ำเก่ง นอนแช่น้ำได้ทั้งวันแม้ในเวลาขับถ่าย หรือผสมพันธุ์ เพราะชื่นชอบน้ำเป็นชีวิตจิตใจ จะขึ้นจากน้ำก็ต่อเมื่อออกหาอาหาร ในช่วงเช้าและเย็น สำหรับหนูยักษ์คาปิบาร่าอาศัยในเขตป่าฝนใกล้แหล่งน้ำ และกระจายพันธุ์ตั้งแต่อาร์เจนตินา บราซิล โคลัมเบีย โดยในประเทศไทยมีให้ชมที่สวนสัตว์ที่สังกัดองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์โคราช สวนสัตว์สงขลา สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์ขอนแก่น และสวนสัตว์อุบลราชธานี
ด้านนายธนชน เคนสิงห์ กล่าวต่ออีกว่า และนับว่าเป็นความโชคดีของสวนสัตว์ขอนแก่นอีกครั้ง ที่ได้ลูกวัลลาบีเผือกสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นอีกเป็นตัวที่ 2 ของส่วนจัดแสดงออสเตรเลียภายในสวนสัตว์ขอนแก่น โดยเกิดจากพ่อชื่อ ชายเล็ก อายุประมาณ 3 ปี และ จากแม่ชื่อ สาวเชียงใหม่ อายุประมาณ 3 ปี ที่อยู่ภายในสวนสัตว์ขอนแก่น โดยเบื้องต้นพบว่า ลูกวัลลาบีเผือก มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ดี
ปัจจุบันสวนสัตว์ขอนแก่นมีวัลลาบีเผือก จัดแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมทั้งหมด 5 ตัว เป็นเพศผู้ 3 ตัว และเพศเมีย 2 ตัว และตัวที่เกิดใหม่เป็นตัวที่ 6 เพศผู้ วัลลาบีเผือก เป็นสัตว์ป่าที่อยู่อาศัยอยู่ในท้องถิ่นแถบชายฝั่งเกาะแทสมาเนีย ทางตอนใต้ของประเทศออสเตรเลีย เป็นสัตว์ในตระกูลจิงโจ้แต่มีขนาดเล็กกว่า หากเมื่อโตสมบูรณ์มีขนาดจากหัวถึงหาง วัดได้กว่า 1 เมตร น้ำหนักเฉลี่ย 11-26 กิโลกรัม อายุเฉลี่ย 3 ปี มีลักษณะคล้ายกับจิงโจ้ปกติ หางที่ยาวและแข็งแรงเป็นอวัยวะสำคัญใช้ในการทรงตัวและกระโดด
เป็นสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนมและมีกระเป๋าหน้าท้องสำหรับเลี้ยงลูกเหมือนจิงโจ้ ซึ่งลูกวัลลาบีเผือกจะอยู่ในกระเป๋าหน้าท้องถึงอายุประมาณ 8 เดือน หรือจนถึง 1 ปีครึ่ง วัลลาบีเผือกมีลักษณะพิเศษมีสีขาวทั้งตัว เกิดจากความผิดปกติของเม็ดเลือด ซึ่งเป็นยีนด้อยที่อยู่ในพันธุกรรม ทำให้ไม่สามารถสร้างเอนไซม์ที่มีผลต่อการสร้างเม็ดสีในร่างกายได้ และจัดเป็นสัตว์ที่หายากที่อยู่ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองของออสเตรเลียอีกด้วย ตามสวนสัตว์ของประเทศไทยหาชมวัลลาบีเผือกได้ไม่มากนัก สวนสัตว์ที่สังกัดองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีอยู่ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว และสวนสัตว์เชียงใหม่
สวนสัตว์ขอนแก่น ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านและน้องๆ หนูๆ มาชมความน่ารักของลูกหนูยักษ์คาปิบาร่า และวัลลาบีเผือกได้ทุกวัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและประชาสัมพันธ์ 08-6459-4192 สวนสัตว์ขอนแก่น ได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ หรือจะเข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง Social Media www.facebook.com/สวนสัตว์ขอนแก่น และทางเว็บไซต์ของสวนสัตว์ขอนแก่น www.khonkaenzoo.com


