วันที่ 6 ก.ค. ที่จังหวัดนครพนม เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา กู้ภัยนครพนมได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งจมน้ำ ในพื้นที่ ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครพนม หลังรับแจ้งจึงรุดไปพร้อมกู้ชีพ อบต.หนองญาติ ว่าที่ ร.ต.ยอดเพ็ชร คำแสงดี รอง ผอ.แขวงการทางนครพนม
ที่เกิดเหตุริมไหล่ทางถนนหลวงหมายเลข 22 สายนครพนม-สกลนคร ฝั่งขาเข้าตัวเมือง ช่วงบ้านโคกทรายคำ ต.นาทราย อ.เมือง พบรถยนต์ยี่ห้อมิร่ากึ่งกระบะ สีเลือดหมู ทะเบียน 3166 นครพนม ในสภาพหัวทิ่มปักจมน้ำ ผิวจราจรสองเลนฝั่งเข้าตัวเมืองพบว่ามีน้ำขังท่วมสูงระดับ 20-30 เซนติเมตร และยังพบ น.ส.วนิดา แสนสุข วัย 38 ปี พนักงานรับเช่ารถภายในสนามบินนครพนม ยืนรอให้คนมาช่วยด้วยความตื่นตระหนก หลังเกิดเหตุได้รีบเปิดประตูหนีออกจากตัวรถได้ทัน ซึ่งพบว่ามีน้ำท่วมขังห้องโดยสารจนมิด เหลือแต่ท้ายรถโผล่ให้เห็น
น.ส.วนิดากล่าวว่า ขณะขับรถยนต์คันดังกล่าวจะกลับบ้านที่ชุมชนหนองแสง ขณะมาถึงที่เกิดเหตุได้เกิดฝนตกหนัก จนมองไม่เห็นผิวจราจร น้ำที่ท่วมขังได้ยกล้อรถลอยขึ้นเหนือน้ำ ก่อนแฉลบลอยไปตกคลองริมไหล่ทางที่มีความลึก 2 เมตร โชคดีไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
ต่อมาเจ้าหน้าที่หมวดการทางดอนยานาง ที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ได้นำกรวยมากั้นหวั่นอุบัติเหตุซ้ำซ้อน พร้อมกับได้ช่วยลากรถขึ้นบนผิวถนน หลังพบว่ามีคราบน้ำมันรั่วไหล
ด้าน ว่าที่ ร.ต.ยอดเพ็ชรกล่าวว่า หากฝนที่ตกหนักลงมาหนักติดต่อกันในช่วง 3-4 วันนี้ ระดับน้ำที่ไหลเชี่ยวมาจากทุ่งนาจนท่วมผิวจราจรยังไม่ลดระดับ พรุ่งนี้จะนำป้ายมาปักแจ้งเตือนให้ผู้สัญจรไปมาได้ระมัดระวัง เพราะเคยลอกคลองมาแล้วครั้งหนึ่ง ไม่นึกว่าจะเกิดปัญหาน้ำท่วมขังอีก พร้อมยังได้ฝากเตือนผู้ขับขี่ทางถนนช่วงหน้าฝนควรขับอย่างระมัดระวัง เพื่อความความปลอดภัย
ขณะที่อุตุนิยมวิทยานครพนม แจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน โดยในช่วง 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา ช่วงเวลา 07.00–22.00 น. สามารถวัดปริมาณน้ำฝนได้ 162.3 มิลลิเมตร ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำโขงเมื่อเช้านี้วัดได้ 6.19 เมตร ยังต่ำกว่าจุดวิกฤต 4-5 เมตร

