วันที่ 6 กรกฎาคม บรรดาชาวไทยมุสลิมทางภาคใต้ของไทย ต่างร่วมฉลองวันฮารีรายอ หลังสิ้นสุดช่วงถือศีลอด โดยเมื่อเวลา 07.30 น. ที่มัสยิดบ้านบูดน อ.มายอ จ.ปัตตานี บรรยากาศการร่วมละหมาดในวันตรุษอีดิ้ลฟิตรี หรือวันรายอปอซอ เป็นไปอย่างคึกคัก มีทั้งผู้ใหญ่ ชายหญิง และเด็กเล็ก เด็กใหญ่ แต่งกายด้วยเสื้อผ้าใหม่ ต่างเดินทางมาร่วมละหมาด และจับมือสลามเพื่อขออภัยซึ่งกัน ที่ได้กระทำการละเมิดหรือกระทำผิด ทั้งการเจตนาและไม่ได้เจตนาในรอบปีที่ผ่านมา
สำหรับการร่วมละหมาดในวันตรุษอีดิ้ลฟิตรี หรือวันรายอปอซอ มีการบรรยายธรรม (การอ่านคุตบะห์) ทั้งนี้ เพื่อให้มุสลิมได้สำนึกในคุณงามความดีที่พระผู้เป็นเจ้าได้ประทานสิ่งที่ดีงาม ตลอดจนประทานทรัพย์สิน ชีวิตความเป็นอยู่ ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ด้วยการให้ทุกคนร่วมกันสร้างความดี ปฏิบัติดี ตามที่พระนบีมุฮัมมัด ได้ปฏิบัติตนนำเป็นแบบอย่างในการครองตน ในโลกดุนยา หรือโลกมนุษย์ ตลอดจนนำบุตรหลาน เดินทางเข้าสู่พระผู้เป็นเจ้าด้วยการอยู่ในกรอบการปฏิบัติในหลักของศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัด การปฏิบัติศาสนกิจในห้วงเดือนรอมฎอน 1 เดือนเต็มนั้น พระเป็นผู้เป็นเจ้าได้รับรู้ทุกอย่าง จงภูมิใจในการกระทำความดีในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา และปฏิญาณตนจะกระทำความดีตลอดไปด้วย นอกจากนี้ มีแจกเงินบริจาคทานให้กับเด็กๆ ที่มาร่วมละหมาดในวันตรุษอีดิ้ลฟิตรี พร้อมทั้งได้มีการจัดเตรียมอาหารเพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ที่มาร่วมละหมาดในครั้งนี้เช่นกัน

ส่วนที่จังหวัดสงขลา ชาวไทยมุสลิมเริ่มต้นวันรายออีดิ้ลฟิตรีด้วยความเป็นสิริมงคล ได้พาครอบครัวแต่งกายชุดขาวออกไปร่วมกันละหมาดตามมัสยิดต่างๆ อย่างเนืองแน่น เช่น ที่มัสยิดอุสาสนาอิสลาม ในเขตเทศบาลนครสงขลา มัสยิดหลังเก่าและที่ต่อเติมใหม่ 3 ชั้น มีผู้คนไปร่วมกันละหมาดจนเต็มและล้นออกมาด้านนอก โดยหลังเสร็จละหมาดต่างขออภัยซึ่งกันและกัน และพบปะกันในกลุ่มญาติที่เดินทางกลับภูมิลำเนามาร่วมเฉลิมฉลองฮารีรายอกับครอบครัว ที่รัฐบาลประกาศให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นวันหยุดราชการติดต่อกันเป็นปีที่ 4

ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่ จ.สงขลา ยังคงปกติ โดยเฉพาะในพื้นที่ 4 อำเภอชายแดนสงขลา อ.จะนะ เทพา นาทวี และ อ.สะบ้าย้อย มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยเพื่อรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับชาวไทยมุสลิมที่เดินทางออกไปท่องเที่ยวและ จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองเนื่องในเทศกาลฮารีรายอ

