หน้าแรก ภูมิภาค ชาวขอนแก่นโวย...

ชาวขอนแก่นโวยรัฐบาล หน้ากากอนามัยขาดตลาด บางร้านขายชิ้นละ 35 บาท

2.03.20 | 17:03 น.

ชาวขอนแก่นโวยรัฐบาล หลังหน้ากากอนามัยขาดตลาด ไม่สามารถหาซื้อได้ ขณะที่บางร้านขายชิ้นละ 25-35 บาท ขอให้ทางภาครัฐรีบแก้ไขปัญหาเร่งด่วน


เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 2 มี.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การซื้อขายหน้ากากอนามัย รวมทั้งเจลล้างมือ และแอลกอฮอล์ ตามร้านขายยาต่างๆใน เขต จ.ขอนแก่น พบว่าประชาชนต่างพากันเลือกซื้อไว้สำหรับการป้องกันเชื้อ Covid – 19 โดยเฉพาะร้านขายยา ฟาร์ม่าพลัส ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น มีลูกค้าแวะเวียนมาสอบถามหาซื้อทั้งหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ และแอลกอฮอล์เป็นจำนวนมาก โดยที่ร้านไม่มีหน้ากากอนามัยจำหน่ายให้ลูกค้า ส่วนเจลล้างมือและแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อยังพอมีจำหน่าย

เภสัชกรหญิง เจ้าของร้าน กล่าวว่า ขณะนี้หน้ากากอนามัยที่ร้านไม่มีจำหน่ายมากว่า 1 เดือนแล้วเนื่องจากสั่งซื้อไปแต่ทางโรงงานไม่มีของส่งให้ และบางโรงงานก็มีราคาค่อนข้างแพง 1 ชิ้นจำหน่ายให้ราคาเกิน 10 บาท ถ้ารับมาก็จะต้องขายให้ประชาชนในราคาที่แพงขึ้นไปอีก จึงยังไม่สั่งมาจำหน่ายในช่วงนี้ เนื่องจากสงสารลูกค้าที่ต้องการนำไปใช้จะต้องเสียเงินแพงกว่าในช่วงปกติ ในส่วนเจลล้างมือ และแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อนั้นยังพอมีวางจำหน่าย อาจมีขาดแคลนบ้างบางช่วง ซึ่งราคาก็ยังจำหน่ายราคาเดิม โดยเจลล้างมือขวดเล็กราคา 40 บาท ขวดใหญ่ 150 บาท แอลกอฮอล์ขวดเล็ก 10 บาท และขวดใหญ่อยู่ที่ 45 บาท

เช่นเดียวกับที่ร้าน โบว์เภสัช ตั้งอยู่ริมถนนกลางเมือง ตรงข้ามสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น พบว่ามีลูกค้าต่างแวะเวียนมาสอบถามซื้อหน้ากากอนามัยอย่างไม่ขาดสายเช่นกัน และที่ร้านก็ไม่มีจำหน่ายในช่วงนี้เนื่องจากเจอปัญหาเช่นเดียวกับร้านอื่นๆคือทางโรงงานไม่มีของส่งให้และจำหน่ายในราคาสูง ซึ่งลูกค้าของร้านที่มาสอบถามหาซื้อทั้งหน้ากากอนามัยเจลล้างมือและแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อบอกว่า ได้ตระเวนหาซื้อหน้ากากอนามัยทั่วทั้งจังหวัด และจังหวัดข้างเคียงก็ไม่มีร้านไหนมีสินค้าจำหน่าย ในวันนี้จึงซื้อได้เพียงเจลล้างมือ น้ำยาแอลกอฮอล์ เท่านั้น อยากจะฝากถึงรัฐบาลให้ช่วยแก้ปัญหาเรื่องของขาดตลาดและควบคุมราคาให้ได้ เพราะจากปกติเคยซื้อชิ้นละไม่เกิน 3 บาท ตอนนี้ราคาพุ่งสูง 20-30 เท่าตัว สูงสุดเคยเจอบางร้านขายสูงถึงชิ้นละ 35 บาท อยากให้ทางรัฐบาลช่วยเหลือเป็นกรณีเร่งด่วน เพราะเดือดร้อนอย่างมาก อยากให้ดูแลให้ทั่วถึงไม่ใช่เฉพาะที่ กทม.

Advertisement

ส่วนกรณีที่มีข่าวเกี่ยวกับการสวมใส่หน้ากากอนามัยเสี่ยงสูงกว่าการไม่ใส่นั้น เภสัชกรหญิง ธิดา กันต์พิทยา เจ้าของร้านโบเภสัช กล่าวว่า ในกรณีนี้ต้องดูถึงลักษณะในสังคมนั้นๆด้วย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการป้องกันด้วยตัวเอง การใส่หน้ากาอนามัยในสังคมไทยถือเป็นสิ่งที่ควรทำมากที่สุดในตอนนี้ เพราะหากไม่ใส่การไอจามจากบุคคลอื่นก็จะทำให้เชื้อโรคต่างๆแพร่กระจายติดสู่ตัวเราเองกระทั่งนำไปแพร่เชื้อที่อื่นอีก จึงไม่สามารถเปรียบเทียบกับสังคมต่างประเทศที่อาจมีการป้องกันได้ดีกว่าในสังคมไทย การใส่หน้ากากอนามัยในสังคมที่มีการป้องกันดีนั้นเพื่อให้รู้ว่าใครป่วยก็จะเกิดการหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งการใส่หน้ากากอนามัยในสังคมไทยจึงเป็นการป้องกันที่ดีที่สุดควบคู่ไปกับการล้างมือทำความสะอาดร่างกายตัวเองให้สะอาดอยู่เสมอ