เมื่อวันที่ 3 มีนาคม นายสมศักดิ์ แก้วเสนา นายอำเภอวิหารแดง จ.สระบุรี พร้อมด้วย นายประชา ธนบัตรวิโรจน์ นักวิชาการสาธารณสุข อ.วิหารแดง กำลังฝ่ายความมั่นคง และนายพรชัย แย้มพลอย กำนัน ต.หนองสรวง เข้าตรวจสอบบ้านหลังหนึ่งใน ต.หนองสรวง อ.วิหารแดง ซึ่งเปิดเป็นร้านรับซื้อของเก่า และร้านในละแวกใกล้เคียง เพื่อตรวจสอบใบอนุญาตการประกอบกิจการรับซื้อของเก่า
ย้อนอ่าน : สยอง!! บุกทลายแหล่งผลิตหน้ากากอนามัยรีไซเคิล ผวาหนักเห็นขั้นตอนผลิต (ภาพชุด)
ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวเข้าไปยังบ้านของนางจินตนา นามวิชัย เจ้าของบ้านที่รีไซเคิลหน้ากากอนามัย ปรากฏว่าพบเพียงสุนัข 2 ตัว นอนเฝ้าบ้านอยู่ บริเวณบ้านปิดเงียบสนิท มีเพียงแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งกั้นของกลางไว้ พร้อมเขียน สภ.วิหารแดง อายัดห้ามเคลื่อนย้าย ซึ่งมีกองของหน้ากากอนามัยบรรจุอยู่ในถุงเป็นจำนวนมาก
นายสมศักดิ์กล่าวว่า ได้นำคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าตรวจสอบบริเวณโดยรอบเพื่อตรวจสอบใบอนุญาตในการประกอบการ และตรวจภายในโรงงานว่ามีการลักลอบผลิตหน้ากากอนามัยหรือไม่ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบไม่พบผู้กระทำผิดเพิ่มขึ้น และได้รับคำสั่งจากทางจังหวัดให้เข้าตรวจสอบทุกพื้นที่ว่ามีการลักลอบผลิตหน้ากากอนามัยอีกหรือไม่ ซึ่งทางนางจินตนา เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อกล่าวหาไว้ว่านำสินค้าด้อยคุณภาพมาจำหน่ายกับประชาชน

นางประพาพร แสงสุข อายุ 43 ปี เจ้าของโรงงาน หจก.พรประเสริฐ รีไซเคิล พื้นที่หมู่ 6 ต.หนองสรวง อ.วิหารแดง จ.สระบุรี กล่าวว่า วันนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้ามาตรวจสอบว่าโรงงานของตนได้ผลิตหน้ากากอนามัยหรือไม่ เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งทางโรงงานไม่มีการผลิตของดังกล่าว เนื่องจากผลิตรีไซเคิลพลาสติกเพียงอย่างเดียว และตนเองก็มีใบประกอบการเป็นที่เรียบร้อย
ทั้งนี้ จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดย พ.ต.ท.สำราญ โสรีกุล รอง.ผกก.สอบสวน สภ.วิหารแดง ได้เชิญตัวนางจินตนา นามวิชัย อายุ 47 ปี พร้อมด้วยนางวีรวรรณ์ ธงสันเที๊ยะ อายุ 46 ปี และนางพิมพ์วลัญช์ จำรัสศรี อายุ 44 ปี มาทำการสอบสวนเบื้องต้น เพื่อหาสาเหตุในการทำรีไซเคิลหน้ากากอนามัย โดยทั้งสามได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า นางจินตนาและนางวีรวรรณ์ได้รับซื้อหน้ากากอนามัยจากร้านเบิ้ม ค้าของเก่า ซึ่งอยู่ในพื้นที่ใกล้กับองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหมู อ.วิหารแดง จ.สระบุรี ก่อนจะทำการคัดหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว จากนั้นซักด้วยเครื่องซักผ้าอัตโนมัติ ก่อนจะคัดอีกรอบหนึ่งแล้วรีดด้วยเตารีด ต่อมาตอกตะปูเพื่อทำการขึง มัด และแพคส่งขาย จากนั้นนางวีรวรรณ์ได้เป็นคนทำการเปิดขายในโลกออนไลน์ ซึ่งมีผู้หลงซื้อสั่งจำนวน 2 ครั้ง ครั้งละ 12 กล่อง กล่องละ 3,500 ชิ้น ราคาชิ้นละ 3 บาท
อย่างไรก็ตาม ทั้งสามคนให้การยอมรับว่าได้ทำการรีไซเคิลหน้ากากอนามัยจริงตามข่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหามาตรา 271 ผู้ใดขายของโดยหลอกหลวงด้วยประการใดๆ ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพหรือปริมาณแห่งของอันเป็นเท็จ ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกงต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังผิด พ.ร.บ.ท้องถิ่นฯ ซึ่งในวันพรุ่งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วิหารแดง จะได้คุมตัวทั้ง 3 คน ส่งศาลจังหวัดสระบุรีต่อไป


เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

