เมื่อวันที่ 5 มีนาคม นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า ขณะนี้สมาคมได้ออกแถลงการณ์ค้านกรมศิลปากร หั่นพื้นที่โบราณสถานเขายะลา ทำเหมืองหินกระทบภาพเขียนสีพันปี ตามที่อธิบดีกรมศิลปากรได้ลงนามออกประกาศแก้ไขเขตที่ดินโบราณสถานภาพเขียนสีเขายะลา ต.ลิดล – ต.ยะลา อ.เมืองยะลา ในวันสุดท้ายก่อนเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2562 โดยลดพื้นที่จากกว่า 887 ไร่ ให้คงเหลือประมาณ 697 ไร่ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับโรงโม่หินเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยอ้างปัญหาความมั่นคง-ลดความไม่สงบในพื้นที่จึงจำเป็นต้องมาอาศัยแห่งหินอุตสาหกรรมจากภูเขายะลานั้น การใช้อำนาจดังกล่าว มีข้อพิรุธและย้อนแย้งหลายประการ สมาคมไม่อาจปล่อยให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจไปโดยอำเภอใจได้
เนื่องจาก 1.พื้นที่ภูเขายะลาเป็นแหล่งโบราณคดี มีภาพเขียนสียุคก่อนประวัติศาสตร์ที่สวยงาม และบ่งบอกถึงอารยธรรมโบราณ มีอายุราว 1,200-1,500 ปี ในสมัยศรีวิชัย ก่อนหน้านี้มีปรากฏอยู่ถึง 2 แหล่งรอบพื้นที่เขายะลา ถือได้ว่าเป็นมรดกสำคัญของคาบสมุทรภาคใต้และคาบสมุทรสยาม – มาเลย์ และสำคัญมากต่อประวัติศาสตร์ของเมืองยะลาหรือเมืองยาลอมาแต่โบราณ แต่บางภาพได้พังทลาย และเสียหายจากการระเบิดหินในการประกอบอุตสาหกรรมเหมืองหินไปบ้างแล้ว
2.การแก้ไขหรือหั่นเขตที่ดินโบราณสถานโดยเปิดโอกาสให้กับโรงโม่หินในการขอประทานบัตรระเบิดหินเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้างจำนวนกว่า 190 ไร่ มีปริมาณหินสำรองกว่า 33.54 ล้านเมตริกตัน มูลค่าหลายหมื่นล้านบาท โดยอ้างว่าพื้นที่จังหวัดยะลาและใกล้เคียงประสบปัญหาเกี่ยวกับแหล่งหินอุตสาหกรรม เพราะแหล่งหินหลายแห่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีปัญหาด้านความมั่นคง จึงจำเป็นต้องมาใช้แหล่งหินจากภูเขายะลาแทนนั้น เป็นเหตุผลที่ไร้น้ำหนักเนื่องจากปัจจุบันในจังหวัดยะลามีการขอประทานบัตรทำโรงโม่หินอยู่ถึง 9 โรงใน ต.ลิดล อ.เมืองยะลา และ ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง ต.บันนังสตา มีปริมาณหินสำรองมากถึง 634.45 ล้านเมตริกตัน มูลค่ากว่า 1.14 แสนล้านบาท ไม่ได้ขาดแคลนตามข้ออ้าง
3.การลงนามแก้ไขเขตที่ดินโบราณสถาน เหตุใดจึงลงนามในวันสุดท้ายที่อธิบดีเกษียณอายุราชการ และเหตุใดจึงนำมาประกาศในราชกิจจานุเบกษาในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งมีระยะเวลานานถึง 5 เดือน ชี้ให้เห็นว่าจงใจที่จะปิดหูปิดตาประชาชนโดยไม่มีธรรมาภิบาลแต่อย่างใด อีกทั้งไม่มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 และกฎหมายกำหนด จึงเป็นการใช้อำนาจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
นายศรีสุวรรณกล่าวว่า สมาคมจะไม่อาจปล่อยให้เจ้าหน้าที่รัฐดังกล่าว ใช้อำนาจโดยย่ามใจได้ และจะเป็นแบบอย่างที่ไม่พึงประสงค์ต่อการบริหารราชการแผ่นดินที่ไม่คำนึงถึงเจตนารมณ์ของการตั้งกรมศิลปากร โดยจะยื่นร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการไต่สวน สอบสวน เอาผิดอดีตอธิบดีกรมศิลปากร ในวันที่ 6 มีนาคม นี้ ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นนทบุรี และหลังจากนี้จะร่วมกับชาวยะลาดำเนินการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองต่อไป
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
![]()



