ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม นายพิชัย ส่งสุขเลิศสันติ นายอำเภอกุฉินารายณ์ ในฐานะรองผอ.กอ.รมน. , ปภ.ก.กส.สาขากุฉินารายณ์ พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจากกองบัญชาการควบคุม พล.ม.3 จ.กาฬสินธุ์ นายภิรมย์ อุทรักษ์ นายก อบต.กุดหว้า และกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ออกสำรวจผลกระทบเหตุอุทกภัยในพื้นที่หลังจากที่มีฝนตกลงมาอย่างหนักส่งผลให้น้ำป่าจากเทือกเขาภูพานไหลบ่าลงมา หลังในพื้นที่มีฝนตกต่อเนื่องเป็นวันที่ 2
นายพิชัย กล่าวว่า จากการสำรวจในพื้นที่อ.กุฉินารายณ์ ปรากฏว่ามีถนนลูกรังเพื่อการเกษตรขาด ในพื้นที่ หมู่ที่ 6, 10 ต.กุดหว้า อ.กุฉินารายณ์ ถูกน้ำกัดเซาะจนขาดจำนวน 2 ช่วง ทำให้น้ำท่วมพื้นที่การเกษตรเสียหายเป็นบริเวณกว้างรถไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ และถนนภายในหมู่บ้านยังถูกน้ำกัดเซาะจนถนนยุบตัวลงไปกว้างประมาณ 2 เมตร ความลึกประมาณ 3 เมตร ชาวบ้านต้องนำบล็อกคอนกรีตมากั้นเป็นแนวเพื่อไม่ให้น้ำกัดเซาะถนนพังเสียหายไปมากกว่านี้ โดยในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนจะได้เร่งสร้างสะพานชั่วคราว เพื่อให้เกษตรกรสามารถสัญจรไปมาได้ ส่วนพื้นที่ทางการเกษตร(นาข้าว)ซึ่งน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมอยู่ในระหว่างการสำรวจความเสียหาย ทั้งนี้ยังได้กำชับให้กำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ออกสอบถามความเป็นอยู่ของชาวบ้าน รวมถึงการสำรวจพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพื่อเตรียมการณ์ให้การช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์อย่างเร่งด่วนต่อไป
นายอำเภอกุฉินารายณ์ ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนของความเสียหายขณะนี้มีทั้งถนนซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่ชาวบ้านใช้สัญจรไปมาได้รับความเสียหายจากน้ำเซาะ นอกจากนี้ยังมีบ้านเรือนที่อยู่อาศัย และพื้นที่การเกษตรโดยเฉพาะนาข้าวที่เพิ่งเริ่มต้นฤดูกาลมีการหว่านข้าว และปักดำไปแล้วเกือบเต็มพื้นที่ แต่ถูกน้ำไหลหลากเข้าท่วม ซึ่งจะต้องเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่การเกษตรโดยเร็วเพื่อไม่ให้พืชผลทางการเกษตรเสียหาย โดยพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายอยู่ระหว่างการสำรวจ
นอกจากนี้ยังได้รับการรายงานว่าในพื้นที่ อ.สมเด็จ ก็ถูกกระแสน้ำพัดถนนขาด และที่บริเวณสะพานรอยต่อ อ.เขาวง-อ.นาคู น้ำป่ายังกัดเซาะคอสะพานจนได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่ได้เร่งออกสำรวจเพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาโดยด่วนแล้ว โดยสถานีอุตุนิยมวิทยา จ.กาฬสินธุ์ ได้รายงานปริมาณฝนในพื้นที่จ.กาฬสินธุ์ จะยังมีฝนตกร้อยละ 60 ของพื้นที่ ซึ่งจะต้องเฝ้าระวังปัญหาน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มในพื้นที่แนวเขตเทือกเขาภูพานซึ่งมีปริมาณฝนมาก

