ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทหารกองทัพภาคที่ 3 ยังเร่งตัดต้นโพธิ์ใหญ่ขนาด 6 คนโอบอายุกว่า 100 ปี ที่หักโค่นถอนรากถอนโคน ภายในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จนมีร้านค้าได้รับความเสียหาย ขณะที่พ่อค้าแม่ค้า เชื่อบารมีองค์หลวงพ่อพระพุทธชินราชช่วยคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย ส่วนสาเหตุทางไวยาวัจกรวัดเชื่อว่าต้นโพธิ์ผุกร่อน อีกทั้งใบดกหนา เมื่อมีฝนกระหน่ำทำให้รับน้ำหนักไม่ไหวหักโค่นดังกล่าว
จากกรณีที่ต้นโพธิ์ ขนาด 6 คนโอบ อายุกว่า 100 ปี ในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่ ถ.พุทธบูชา ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก สถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระพุทธชินราช สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองพิษณุโลก ที่ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณด้านหน้าวิหารพระเจ้าเข้านิพพานโค่นลงมาแบบถอนรากถอนโคน ล้มทับกับร้านค้าขายของที่อยู่ใกล้เคียงกว่า 20 ร้าน และรถยนต์เก๋งจำนวน 1 คัน ได้รับความเสียหาย แต่โชคดีที่ขณะเกิดเหตุพ่อค้าแม่ค้าได้เก็บร้านกลับบ้านกันไปหมดแล้ว จึงไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด โดยพ่อค้าแม่ค้ามีความเชื่อส่วนตัวว่าสาเหตุที่รอดตายอย่างหวุดหวิดจากภัยธรรมชาติครั้งนี้ มาจากบารมีแห่งองค์หลวงพ่อพระพุทธชินราชที่คอยช่วยปกปักรักษาคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัยดี
โดยนับตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงช่วงบ่ายนี้ วันที่ 7 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ท.สุทธิศักดิ์ ไหลเตื่อย หัวหน้าฝ่ายกำลังพลกองพลทหารราบที่ 4 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้นำกำลังพลเข้าเคลียร์พื้นที่ โดยนำเครื่องจักรหนัก เลื่อยยนต์ เข้าตัดฟันกิ่งต้นโพธิ์ที่ยังล้มกีดขวางทางอยู่ พร้อมขอกำลังสนับสนุนรถเครนจากกองพลพัฒนาที่ 3 ค่ายสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ รถบรรทุก เข้ามาชักลากต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ที่ถูกตัดทอนไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยต้องใช้รถสิบล้อมาช่วยกันขนกิ่งและลำต้นต้นโพธิ์นำไปทิ้งไม่ต่ำกว่า 10 เที่ยว และต้องนำเหล็กแผงกั้นมากั้นบริเวณจุดเกิดเหตุเพื่อป้องกันความปลอดภัยของประชาชนที่เดินทางมากราบไหว้ขอพรหลวงพ่อพระพุทธชินราช คาดว่าวันนี้จะสามารถเคลียร์พื้นที่บริเวณวัดใหญ่ให้กลับคืนสู่สภาพเดิมได้ ก่อนจะมีการซ่อมแซมปรับพื้นที่ให้มีทัศนียภาพสวยงามดังเดิม นอกจากนี้ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารปฏิบัติงานอยู่นั้น สายฝนที่ตกโปรยปรายไม่หยุดตกตั้งแต่เมื่อคืน กลับหยุดตกอย่างน่าประหลาดใจ ทำให้ปฏิบัติภารกิจได้อย่างราบรื่น โดยมีประชาชนที่ผ่านไปมาหยุดยืนดูและให้กำลังใจ
ขณะที่นางเพ็ญนภา ชมพู อายุ 44 ปี แม่ค้าขายสมุนไพร กล่าวว่า ร้านค้าของตนเองถูกต้นโพธิ์ยักษ์โค่นมาทับร้านพังราบ ข้าวของเสียหายไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท แต่ก็ไม่ได้เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ กับทางวัดใหญ่ เนื่องจากทางวัดให้ตั้งร้านเปิดขายของกันฟรีๆ ไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด จะช่วยก็เพียงเรื่องค่าน้ำค่าไฟเท่านั้น และขอยืนยันว่าหากเจ้าหน้าที่ทหารเคลียร์พื้นที่แล้วเสร็จก็จะขอตั้งร้านขายของอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน เพราะเปิดร้านขายสมุนไพรมาเป็นเวลากว่า 16 ปี หลังจากทราบข่าวว่าต้นโพธิ์ยักษ์โค่นทับร้านของตนตั้งแต่เมื่อคืน ก็รีบเดินทางมาดูที่ร้านทันทีและยังพบว่ามีรถยนต์เก๋งถูกต้นโพธิ์ทับพังเสียหาย จึงได้ลองเสี่ยงโชคนำเลขทะเบียนท้ายรถหมายเลข 672 ไปซื้อลอตเตอรี่เสี่ยงโชคอีกด้วย และยังเชื่ออีกว่าที่รอดชีวิตมาได้ครั้งนี้เพราะบารมีขององค์หลวงพ่อพระพุทธชินราชช่วยคุ้มครองอย่างแน่นอน เพราะขณะเกิดเหตุพ่อค้าแม่ค้าได้ปิดร้านกลับบ้านกันหมดแล้ว จึงไม่มีใครได้รับอันตรายแต่อย่างใด

