หน้าแรก ภูมิภาค ไทย-พม่าเดินห...

ไทย-พม่าเดินหน้าซ่อมสะพานเชื่อมแม่สาย-ท่าขี้เหล็กหลังทรุดโทรมหนัก

7.07.16 | 15:15 น.
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ที่ห้องรับรอง ดิ้วตี้ฟรี จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พ.อ.ประพัฒน์ พบสุวรรณ ผบ.ฉก.ม.2 กองกำลังผาเมือง และเป็นประธานคณะกรรมการประสานงานชายแดนไทย-เมียนมา หรือทีบีซีฝ่ายไทย นำคณะพบปะกับอู ติน วิน เสว่ ผู้ว่าการ จ.ท่าขี้เหล็ก ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ของเมียนมาตั้งอยู่ติดกับ อ.แม่สาย เพื่อหารือเรื่องการซ่อมแซมสะพานข้ามลำน้ำสายเชื่อม อ.แม่สาย กับ จ.ท่าขี้เหล็ก ที่มีอายุใช้งานมากว่า 40 ปี จนปัจจุบันมีสภาพทรุดโทรม โดยฝ่ายเมียนมามี พ.อ.จ่อ โก ไท่ ผู้บังคับการยุทธศาสตร์ท่าขี้เหล็กและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
การพบปะหารือกันดังกล่าวมีขึ้นหลังจากทั้ง 2 ฝ่ายเห็นชอบร่วมกันในการซ่อมแซมสะพานดังกล่าว เนื่องจากเมื่อปี 2556 ที่ผ่านมาได้เกิดน้ำท่วมใหญ่ชายแดนแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก จนส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนและตลาดชายแดนของทั้ง 2 ฝั่งประเทศ รวมทั้งตัวสะพานซึ่งใช้สำหรับสัญจรไป-มาระหว่างกันทั้งการสัญจรของประชาชนตามปกติและนักท่องเที่ยวเข้า-ออกปีละกว่า 2-3 ล้านคน และมีรถยนต์และรถจักรยานยนต์สัญจรผ่านไป-มาปีละหลายแสนคัน ทำให้คานสะพานขนาด 50 ซม. มีการเคลื่อนออกไปจากจุดเดิมประมาณ 10 ซม. และมีแนวโนมขยายมากขึ้น ทำให้ฝ่ายไทยเสนอผ่านทีบีซีขอทำการซ่อมแซมเรื่อยมาดังกล่าว
รายงานระบุว่า ในครั้งนี้ฝ่ายไทยได้แจ้งว่าหน่วยงานที่จะดำเนินการซ่อมแซมคือหน่วยสะพาน 1 พิจิตร กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม รูปแบบการซ่อมแซมจะไม่มีการสร้างสะพานใหม่แต่ใช้การซ่อมแซมด้วยงบประมาณ 7 ล้านบาท แยกการซ่อมแซมเป็น 3 ส่วน คือ โครงสร้างส่วนล่างโดยเฉพาะเสาตอม่อซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบกับการสัญจรไปมาด้านบนเพื่อเจ้าหน้าที่จะทำงานตรงใต้สะพาน จากนั้น จะดำเนินการเกี่ยวกับโครงสร้างส่วนบนโดยมีการยกตัวสะพานขึ้นเพื่อเปลี่ยนยางรองที่ใช้มานานร่วม 40 ปี ซึ่งขั้นตอนนี้จะใช้ระยะเวลาประมาณ 2 เดือนทำให้อาจจะกระทบกับการสัญจรบ้าง แต่จะไม่มีการปิดการจราจรแต่ให้รถลดน้ำหนักลงบ้าง
201607071421453-20021028190531
จากนั้นขั้นตอนสุดท้ายคือการทำผิวจราจรลาดยางมะตอยอีกประมาณ 2 สัปดาห์ โครงการนี้ยังจะมีการสร้างเสาไฟฟ้าแรงสูงหรือไฮต์แมสจำนวน 3 ต้นใหญ่ เพื่อส่องสว่างในรัศมี 300-400 เมตร และมีการปรับภูมิทัศน์ของพื้นที่บางส่วนด้วย ทั้งนี้ ในปัจจุบันหน่วยสะพาน 1 พิจิตร กรมทางหลวงได้ขนเครื่องจักรเข้าไปยังบริเวณด่านพรมแดนแล้ว เช่น เครื่องไฮดรอลิกส์ยกน้ำหนักได้ 2,000 ตัน เพื่อเตรียมยกตัวสะพานที่มีน้ำหนัก 700 ตัน เป็นต้น
นายบุญส่งกล่าวว่า ทางจังหวัดได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามจะเร่งรัดให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน โดยได้มีการขอความร่วมมือกับทางฝ่ายประเทศเมียนมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากติดขัดอะไรก็ให้มีการประสานงานผ่านคณะกรรมการประสานงานชายแดนส่วนท้องถิ่นหรือทีบีซี เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่น ช่วงนี้อาจมีอุปสรรคจากฝนที่ตกทุกวัน ทำให้งานล่าช้าแต่คงไม่เกินกำหนดและไม่กระทบต่อการท่องเที่ยว