วันที่ 7 กรกฎาคม พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์หลังเป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการความร่วมมือของกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน CLMTV เพื่อผืนป่าอาเซียน ที่โรงแรมเซ็นทารา แอนด์ คอนเวนชั่น เซนเตอร์ จ.อุดรธานี เรื่อง ม.44 ที่นายกรัฐมนตรีบังคับใช้ในการทวงคืนผืนป่าว่า วันนี้ต้องเริ่มที่ภูทับเบิกก่อน ซึ่งที่นี่เริ่มต้นมามันไม่ได้ผิดกฎหมาย ในอดีตตั้งแต่ปี 2505-2507 ที่มีกันพื้นที่ให้กรมประชาสงเคราะห์ดูแลพี่น้องคนพื้นที่สูงในขณะนั้น ประมาณ 47,000 ไร่ ซึ่งสถานการณ์บ้านเมืองในยุคนั้น ที่มีการต่อสู้ในสงครามลัทธิอุดมการณ์ ที่เกิดความแตกแยก ประเทศไทยเรารบกันถึง 54 จังหวัด พี่น้องพื้นที่ชาวเขาก็แบ่งออกเป็นหลายฝ่ายที่สู้รบกัน เมื่อการต่อสู้ยุติลงประมาณปี 2526 ก็มีคนกลับเข้ามาในพื้นที่ที่จัดไว้ และอยู่กันจนถึงทุกวันนี้ ที่มีการพัฒนามาเรื่อยๆ แต่หน่วยงานที่เคยดูแล คือ กรมประชาสงเคราะห์ก็ถูกยุบไปแล้ว ทำให้เกิดช่องว่างขึ้น
“เรื่องนี้อย่าไปว่าใครผิดใครถูก เมื่อวันนี้เราเข้าไปพัฒนาภูทับเบิก ใช้กฎหมายที่มีของทุกกระทรวงก็เกิดช่องว่าง เนื่องจากหน่วยงานที่ดูแลถูกยุบไป กรมป่าไม้เจ้าของพื้นที่ที่ยกให้หน่วยงานอื่นไป แต่มันก็ไม่มีหลักฐานอย่างเป็นทางการ เลยให้ทางกรมป่าไม้ที่เป็นเจ้าของพื้นที่อยู่ดำเนินการ ฝ่ายปกครองที่รับผิดชอบเรื่องของคน เรื่องของสถานที่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็เข้ามาทำงานแทนกรมประชาสงเคราะห์ ได้เข้ามาร่วมกันใช้กฎหมายที่มีอยู่ แต่ก็ยังเกิดช่องว่าง และปัญหาผู้ทำผิดกฎหมาย ศาลสั่งให้ออกจากพื้นที่แล้ว ก็ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล รัฐบาลจึงจำเป็นต้องใช้มาตรา 44 เข้ามาเพื่อทำสิ่งที่มันเป็นช่องว่างของกฎหมายที่มีอยู่เดิมให้เรียบร้อย” พล.อ.สุรศักดิ์กล่าว
พล.อ.สุรศักดิ์กล่าวว่า ถามว่าจะทำอะไรต่อไป ทางกระทรวง พม.เขาออกแบบภูมิทัศน์ทั้งหมดของภูทับเบิกตามจำนวนพื้นที่ที่รับมอบ และจะคุยกับพี่น้องเพื่อที่จะปรับภูทับเบิกให้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ มีความเจริญยั่งยืนสู่อนาคตในระยะยาว อะไรที่เป็นอุปสรรคในวันนี้ เราก็ต้องขจัดออกไป ในเรื่องที่ผิดกฎหมายทั้งสิ้น นี่คือที่มาของมาตรา 44 ทั้งนี้ โดยหลักกฎหมายแล้ว ศาลมีคำสั่งแล้วเขาก็ไม่ออก ก็ต้องใช้มาตรการกัน แต่มันจะยืดเยื้อยาวนานทำให้การจัดระเบียบบนภูทับเบิกช้า ไม่เป็นไปตามแผนงาน คนที่ทำผิดกฎหมายแล้วไม่ยอมปฏิบัติตามกฎหมาย แล้วยังมีช่องว่างของกฎหมาย จึงต้องออกมาตรา 44 มาเสริมช่องว่างของกฎหมายตรงนี้เท่านั้นเอง ไม่ได้มีอะไรมาก แต่โดยหลักการถ้ารื้อเขาก็ต้องรื้อของเขาเอง
อย่างไรก็ตาม พล.อ.สุรศักดิ์กล่าวอีกว่า ส่วนพื้นที่อื่นๆ เรายังคงไม่ได้ไปดูถึงตรงนั้น เราจำกัดแค่ภูทับเบิก เนื่องจากมันมีความซับซ้อน ความยาวนานของพื้นที่ ที่ไม่ได้รับการแก้ไขมาตั้งแต่ปี 2507 วันนี้นำกฎหมายที่มีมาใช้ก็ยังมีช่องว่างอยู่บ้าง เช่น คนทำผิดกฎหมายไม่ยอมออก มีอะไรที่ป้องกันตัวเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน อย่าไปคิดมากว่าเจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับผิด เพราะเจ้าหน้าที่ก็คิดมากทำให้ไม่อยากปฏิบัติหน้าที่ เมื่อเรื่องจบไป แต่เจ้าหน้าที่ยังต้องมาตกเป็นจำเลย ถูกฟ้องดำเนินคดี เราต้องออกมาปกป้องเจ้าหน้าที่ที่เขาปฏิบัติหน้าที่ด้วย

