หน้าแรก ภูมิภาค นัดลงนามสั่งร...

นัดลงนามสั่งรื้อรีสอร์ตภูทับเบิก นายทุน-ชาวเขาช็อกถ้วนหน้า ทั้งวอนขอเห็นใจ-แข็งขืนต่อต้าน

7.07.16 | 17:30 น.

วันที่ 7 กรกฎาคม ความคืบหน้ากรณีทางจังหวัดเพชรบูรณ์เตรียมสั่งรื้อรีสอร์ตบนภูทับเบิก หลังมีคำสั่ง หน.คสช.ที่ 35/2559 แก้ปัญหาภูทับเบิก ล่าสุด นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้นัดเจ้าหน้าที่หน่วยงานหลักลงนามคำสั่งรื้อรีสอร์ตในกลุ่มเป้าหมายล็อตแรกจำนวน 19 แห่ง ภายในระยะเวลา 30 วัน ที่อบต.วังบาล อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์  โดยแยกเป็นรีสอร์ต 13 แห่งอยู่ในกลุ่มที่ถูกศาลพิพากษาและถูกบังคับคดีแล้ว และอีก 6 แห่งจำนวน 50 ห้อง อยู่ในกลุ่มที่ทางโยธาธิการและผังเมืองตรวจพบอาคารไม่มั่นคงปลอดภัยและอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย จากนั้นในช่วงบ่ายทางคณะทำงานติดตามมาตรการแก้ไขปัญหาการครองและใช้ประโยชน์ที่ดินป่าภูทับเบิก จะดีเดย์เริ่มลงพื้นที่ภูทับเบิก เพื่อนำคำสั่งและประกาศไปปิดตามรีสอร์ตเป้าหมายดังกล่าว

สำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่มรีสอร์ตบนภูทับเบิก หลังจากมีคำสั่ง หน.คสช.ที่ 35/2559 เพิ่มอำนาจให้เจ้าหน้าที่สั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในเขตป่าและพื้นที่เสี่ยงภัย ปรากฏว่าทั้งนายทุนและเจ้าของรีสอร์ตทั้งที่เป็นคนนอกพื้นที่และเป็นชาวเขาในพื้นที่ ต่างรู้สึกช็อกกับคำสั่งดังกล่าว โดยบางรายยอมรับชะตากรรมและขอความเห็นใจจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหน.คสช.ให้ช่วยทบทวนคำสั่ง ในขณะที่บางรายมีปฎิกิริยาแสดงความไม่พอใจและแสดงท่าทีต่อต้านคำสั่งดังกล่าว

นอกจากนี้ นายชาญชัย ศรศรีวิชัย นายอำเภอหล่มเก่า ได้เรียกนายใจ แซ่เถา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 14 และนายวันชัย ชยารมณ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 16 มาทำความเข้าใจ พร้อมชี้แจงถึงสาเหตุและความจำเป็นที่ทางราชการต้องใช้มาตรการสั่งรื้อรีสอร์ตที่ตั้งอยู่ในเขตป่าและอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย พร้อมขอให้ผู้นำชาวม้งทั้งสองช่วยชี้แจงทำความเข้าใจกับลูกบ้าน และล่าสุดทางทหารและฝ่ายความมั่นคงได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เกาะติดสถานการณ์ เพื่อประเมินแรงกระเพื่อมหลังทางคสช.และรัฐบาลใช้ยาแรงด้วยการใช้มาตรการสั่งรื้อรีสอร์ตที่ไม่ถูกต้อง นอกจากนี้ประเมินสถานการณ์หลังจากมีกำหนดการ รมว.มท.จะลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาภูทับเบิก

ด้านนายกรศรันย์ ทองก้อน เจ้าของมอนเตนิโอรีสอร์ตที่ภูทับเบิก กล่าวว่า หลังรับทราบคำสั่ง รู้สึกช็อกพอสมควรและถึงกับเข่าอ่อนทำอะไรไม่ถูก ตอนนี้มีการพูดคุยกันในกลุ่มผู้ประกอบการราว 4-5 ราย โดยทุกรายต่างตกที่นั่งเดียวกันและมีอาการมึนตึ้บทำอะไรไม่ถูก เพราะเหมือนถูกมัดมือมัดเท้าเข้าสู่แดนประหาร เนื่องจากในคำสั่ง คสช.ฉบับนี้ปิดกั้นจนหมดช่องทางจะไปทวงถามความยุติธรรมจากที่ไหน โดยเฉพาะศาลปกครองซึ่งทางกลุ่มผู้ประกอบการอีกหลายรายเตรียมเล็งจะใช้ช่องทางนี้ในการต่อสู้ แต่เมื่อคำสั่งนี้ออกมาก็หมดช่องทางที่จะไปถึง

“ตอนนี้ไม่เพียงแค่ชาวเราเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แม้กระทั่งชาวเขาในพื้นที่ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เพราะลงทุนไปเยอะและต้องเป็นหนี้สินกันบานเบอะ ตอนนี้กลุ่มผู้ประกอบการที่เป็นชาวม้งก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า หากรีสอร์ตถูกรื้อก็คงหมดปัญญาจะใช้หนี้ธ.ก.ส.เช่นกัน เพราะต่างไปกู้ยืมกันลงทุนสร้างรีสอร์ตกันแทบทั้งสิ้น” นายกรศรันย์ กล่าว

Advertisement

นายกรศรันย์ กล่าวอีกว่า เวลานี้ก็ได้แต่ขอความเมตตาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ให้ช่วยทบทวนคำสั่งดังกล่าว เพราะหากรีสอร์ตถูกรื้อไม่เพียงแค่พวกตนจะหมดเนื้อหมดตัว ยังมีการเลิกจ้างแรงงานและคงส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดอีกด้วย

ขณะที่ นายวันชัย ชยารมณ์ ประธานชมรมท่องเที่ยวภูทับเบิก และผู้ใหญ่บ้านหมู่ 16 บ้านทับเบิกกล่าวว่า ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรในเรื่องนี้ พวกตนอยู่ที่นี่เมื่อการท่องเที่ยวเข้ามาก็ทำให้ทุกคนมีความหวัง และพากันไปกู้หนี้ยืมสินเพื่อมาทำรีสอร์ตกัน ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่เริ่มอ้าปากลืมตาขึ้นมาได้เล็กน้อย หากจะรื้อรีสอร์ตพวกเราก็ไม่มีที่อยู่ บ้านเดิมก็หนาแน่น ลูกหลานจึงมาอยู่ที่รีสอร์ตกันหมดทำให้มีงานทำมีรายได้ อยากขอความเห็นใจจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เช่นกัน