จี้ ‘บอร์ดร.ร.พัทลุง’ รับเด็กกิจกรรมเกรดต่ำ เรียนต่อม.4 เหมือนเดิม

10.03.20 | 16:52 น.

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม นายวิชิต จันทรโชติกุล ครูชำนาญการโรงเรียนพัทลุง พร้อมด้วยคณะครู นักเรียน จำนวน 50 คน ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนายบันเทิง วรศรี ประธานกรรมการสถานศึกษา และกรรมการรับนักเรียนโรงเรียนพัทลุง ที่บ้านพักในพื้นที่ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง เพื่อให้เป็นคนกลางในการประสานแก้ปัญหาเรื่องนักเรียนกิจกรรมถูกตัดสิทธิเรียนต่อ โดยเรียกร้องให้คงนโยบายการรับนักเรียน ม.3 เดิม ที่เป็นนักเรียนกิจกรรม และนักเรียนกลุ่มที่ทำคุณประโยชน์ต่อโรงเรียนและชุมชนเข้ารับการศึกษาต่อในระดับชั้นม.4 ประจำปีการศึกษาที่ 2563

นายวิชิต จันทรโชติกุล ครูโรงเรียนพัทลุง กล่าวว่า จากการที่โรงเรียนพัทลุง ออกนโยบายกำหนดหลักเกณฑ์การรับนักเรียนชั้น ม.3 เข้าศึกษาต่อ ม.4 โรงเรียนพัทลุง ปี 2563 กำหนดคุณสมบัติเกณฑ์ขั้นต่ำ ที่ระดับผลการเรียน 2.50 ขึ้นไปนั้นได้ส่งผลกระทบต่อสิทธิของนักเรียน ที่ทำกิจกรรม และทำคุณประโยนช์ให้กับทางโรงเรียนและชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตนและคณะครูที่เดินทางมาวันนี้ มองว่าเกณฑ์ดังกล่าวไม่สอดคล้องกับนโยบายการรับนักเรียน ตามศักยภาพของผู้เรียนอย่างแท้จริง โดยนักเรียนกลุ่มดังกล่าวเป็นผู้มีศักยภาพ ทักษะ และสมรรถนะทางวิชาชีพ อย่างหลากหลาย ควรที่จะได้รับการดูแลสนับสนุนส่งเสริมตามกระบวนการจัดวางตัวบุคคลและต่อยอดในทักษะวิชาชีพที่ถนัดในอนาคตตามแนวปฏิบัติเดิมที่ทางโรงเรียนดำเนินการมานานกว่า 20 ปี


นางเตือนใจ วิโสจสงคราม อายุ 56 ปี อาจารย์กลุ่มสุขศึกษาและพลศึกษา หัวหน้างานลูกเสือ โรงเรียนพัทลุง กล่าวว่า สาเหตุที่รวมตัวกันวันนี้เพราะไม่สบายใจเรื่องของนักเรียนที่ทำกิจกรรมให้ทางโรงเรียนเพราะโดยธรรมเนียมปฏิบัติที่ผ่านมาของทุกปี ยกตัวอย่างเมื่อปีที่ผ่านมา โรงเรียนจะรับนักเรียนเก่าเพื่อเข้าศึกษาต่อในชั้น ม.4 เกรดเฉลี่ย 2.00 ขึ้นไป แต่มีข้อยกเว้นให้นักเรียนที่ทำกิจกรรม ซึ่งเกรดเฉลี่ยตั้งแต่ 1.50 – 2.00 โดยให้คุณครูที่ควบคุมนักเรียนในแต่ละกิจกรรมเป็นผู้เซ็นรับรอง และจะได้รับการพิจารณาตั้งแต่รอบแรก แต่พอมาปีนี้ การดูแลนักเรียนที่ทำกิจกรรมในกลุ่มดังกล่าวหายไปซึ่งขณะนี้ยังมีเด็กกิจกรรมที่ไม่มีชื่อผู้มีสิทธิเข้าเรียนเนื่องจากเกรดเฉลี่ยไม่ถึง 2.00 อีกจำนวนหนึ่ง

นางเตือนใจ กล่าวต่อว่า โดยก่อนหน้านี้รอบแรกทางผู้อำนวยการโรงเรียนได้กำหนดเกรดเฉลี่ยของนักเรียน ที่ 2.50 จึงจะเข้าเรียนได้ แต่ต่อมาได้ขยายกรอบในรอบสองคือ เด็กจะต้องมีเกรดเฉลี่ยที่ 2.00 แต่มีเงื่อนไขว่าไม่ได้ดูแลเฉพาะเด็กกิจกรรม แต่จะดูแลเด็กทุกคนที่เป็นเด็ก ม.3 เก่าของโรงเรียน ซึ่งทำให้ในรอบสอง มีเด็กที่มีสิทธิเข้าเรียนเพิ่มมาอีก 35 คน และใน 35 คน นี้ก็มีเด็กกิจกรรมได้ใช้สิทธิไปส่วนหนึ่ง แต่ก็ยังเหลือเด็กกิจกรรมที่ทำเกรดไม่ถึง 2.00 อีกส่วนหนึ่งที่ไม่ได้รับการดูแลเหมือนเดิม ทั้งที่เด็กกิจกรรมคือกลุ่มเด็กที่เสียสละ ต้องใช้เวลาส่วนหนึ่งไปทำงานเพื่อส่วนรวมและสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนเสมือนเด็กวงโย ในช่วงการการแข่งขันกีฬา เด็กก็ต้องไปทำกิจกรรมบ่อยครั้ง นอกเหนือจากทำกิจกรรมแล้วก็ต้องมาทำงานในเรื่องเรียนทีหลัง ซึ่งเด็ก ๆ ในกลุ่มนี้ก็เป็นภาระเพิ่มขึ้นของเด็กอยู่แล้ว ในเมื่อเด็กทำความดี โรงเรียนก็ควรจะดูแลเด็กนักเรียนเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา

Advertisement

ด้านนายบันเทิง วรศรี ประธานกรรมการสถานศึกษา กล่าวหลังรับคำร้องเรียนว่า เบื้องต้นจะเร่งประชุมกรรมการสถานศึกษาร่วมกับผู้อำนวยการ คณะครูในโรงเรียนพัทลุง รวมทั้งตัวแทนเด็กนักเรียนภายในสัปดาห์นี้ เพื่อหารือและร่วมกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อนักเรียน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าอย่างไรก็ตามขณะนี้ ผู้อำนวยการโรงเรียนพัทลุงยังไม่ออกมาพูดถึงเรื่องนี้แต่อย่างใด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน