หน้าแรก ภูมิภาค ร้องรพ.รับผิด...

ร้องรพ.รับผิดชอบ ลูก 6 เดือน ช็อกตายคารพ. แพทย์แจงสุดยื้อ ปล่อยไข้ขึ้น ท้องเสียหลายวัน

11.03.20 | 08:33 น.
แม่ร้อง รพ.รับผิดชอบ ลูกชาย วัย 6 เดือน ช็อกตายคาห้องฉุกเฉิน แพทย์แจง สุดยื้อปล่อยไข้ขึ้น ท้องเสียหลายวัน วอนอย่าโยนความผิด

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ จ.นครพนม กรณีมีสื่อโซเชียลเฟซบุ๊กชื่อ Kinnaphat Prompakdee ได้นำข้อมูลการเสียชีวิตของ ด.ช.วัชรพล หรือน้องออโต้ ทุ่มอุทัย อายุ 6 เดือนเศษ ออกมาโพสต์ เผยแพร่ขอความเป็นธรรมผ่านสังคม และหน่วยงานเกี่ยวข้อง เนื่องจากเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 9 มีนาคม 2563 พ่อแม่ของน้องออโต้ ได้นำบุตรชายไปตรวจรักษาที่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลนครพนม เนื่องจากมีอาการป่วยไข้ขึ้นสูง และท้องเสีย จนกระทั่งนำมาตรวจรักษาที่โรงพยาบาลนครพนม แต่เกิดเหตุเศร้าไม่คาดคิด เนื่องจากเวลาผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง หลังถึงมือแพทย์ พยาบาล แต่น้องออโต้เสียชีวิตกะทันหัน ทำให้พ่อแม่เกิดอาการช็อก และติดใจในการตรวจรักษา คิดว่าเป็นความผิดพลาดของแพทย์พยาบาล โรงพยาบาลนครพนม จึงมีการนำภาพการเสียชีวิตมาโพสต์ออกสื่อโซเชียล เพื่อให้ทางโรงพยาบาลออกมาแสดงความรับผิดชอบ


ภายหลังทางผู้สื่อข่าว ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ข้อเท็จจริง ที่บ้านผู้เสียหาย ณ  บ.หนองจันทร์ หมู่ 14 ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม พบสองสามีภรรยา พ่อแม่เด็กที่เสียชีวิต คือ นายนพพล ทุ่มอุทัย อายุ 38 ปี และ นางสุนิน เดชพระไชย อายุ 49 ปี พร้อมญาติพี่น้องกำลังเตรียมงานศพให้ ด.ช.วัชรพล หรือน้องออโต้ ทุ่มอุทัย อายุ 6 เดือนเศษ ที่เสียชีวิต

โดยจากการสอบถาม นางสุนินแม่เด็กที่เสียชีวิต ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อ ช่วงเย็นวันที่ 8 มีนาคม 2563 สามีได้ปอกผลไม้สาลี่ จากนั้นลูกชาย คือ น้องออโต้ ที่เสียชีวิต คลานมากินด้วย จึงยื่นให้ดูดกินตามประสาเด็ก เพราะปกติเคยกินผลไม้ จนกระทั่งช่วงกลางคืน ลูกชายมีอาการผิดปกติ ท้องเสีย อาเจียน หลายรอบ ร้องไห้ตลอดเวลา ซึ่งไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดว่าเกิดจากการทานผลไม้ หรือเกิดจากสาเหตุอย่างอื่น รุ่งเช้าจึงพาไปตรวจที่คลินิกแห่งหนึ่งในตัวเมือง แพทย์วินิจฉัยแนะนำว่า ไม่มีอาการไข้ มีอาการท้องเสีย จึงจัดยา และนมมาให้ทานที่บ้าน แต่อาการไม่ดีขึ้น จึงเกิดความกังวล และพาไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาลนครพนม ช่วงนำตัวถึงโรงพยาบาล สังเกตลูกชาย มีอาการผิดปกติไข้ขึ้นสูง ร้องให้ มีอาการอ่อนเพลีย ขณะที่รอทำบัตร ตนจึงเกรงว่าลูกจะเป็นอันตราย จึงขอลัดคิววิ่งอุ้มลูกเข้าห้องฉุกเฉิน ขอร้องให้แพทย์ พยาบาลดูอาการ จากนั้นพบว่า แพทย์ พยาบาล ได้รุมช่วยเหลือลูกชาย ทั้งจับฉีดยา ให้น้ำเกลือสารพัด รู้สึกตกใจมาก จากนั้นเวลาผ่านไป ประมาณเกือบ 1 ชั่วโมง แพทย์ พยาบาล ออกมาบอกว่า ลูกชายเสียชีวิต ตนกับสามีถึงกับช็อก วิ่งเข้าไปดู ร้องไห้ตลอดสงสารลูก ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องร้ายแบบนี้ ไม่คิดว่าจะอาการหนักขนาดนี้ จากนั้นทางญาติจึงหารือกัน และนำข้อมูลมาโพสต์ ขอความเป็นธรรมดังกล่าว

ภายหลัง ช่วงบ่ายวันนี้ ทางด้าน นายแพทย์ ยุทธชัย ตริสกุล ผู้อำนวยโรงพยาบาลนครพนม ได้ประสานงานร่วมกับสื่อมวลชน และพ่อแม่ของเด็กที่เสียชีวิต เพื่อเข้ารับฟังบรรยายชี้แจง ข้อเท็จจริงกับทีมแพทย์ พยาบาล ที่ให้การช่วยเหลือ ที่ห้องประชุมโรงพยาบาลนครพนม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับแพทย์ พยาบาลผู้ปฏิบัติงาน โดยได้มีการนำกล้องวงจรปิด ที่มีการบันทึกข้อมูลหลักฐาน ตั้งแต่ช่วงพ่อแม่ เด็ก นำลูกชายเข้ามารักษา ไปจนถึงการช่วยเหลือรักษา เด็กภายในห้องฉุกเฉิน เพื่อให้รับทราบถึงขั้นตอน และสาเหตุข้อเท็จจริง แต่ไม่อนุญาตให้บันทึกภาพมาเผยแพร่ พร้อมยืนยันว่า ในการรักษาได้ใช้ขั้นตอนตามหลักวิชาการแพทย์ ถูกต้อง ทุกขั้นตอน ไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของแพทย์ พยาบาล แต่ได้ทำหน้าที่สุดความสามารถ ส่วนสาเหตุมาจากเด็กมีอาการป่วย จากอาการไข้สูง ท้องเสียมาหลายวัน ทำให้เกิดอาการช็อก ตัวเกร็ง ชีพจรเต้นช้า ก่อนที่จะถึงทีมแพทย์พยาบาล ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือได้ทัน เพราะร่างกายไม่ตอบสนองต่อยา และเสียชีวิตในที่สุด โดยการเยียวยาช่วยเหลือ ไม่สามารถจะชดเชยเยียวยาได้ เพราะมีขั้นตอนระเบียบทางราชการ สามารถช่วยเหลือได้ตามหลักจริยธรรม พร้อมวิงวอนอย่าโยนความผิดให้แพทย์ พยาบาล เพราะเป็นการทำลายกำลังใจ ต้องย้อนถึงสาเหตุที่มาองค์ประกอบหลายด้าน และยอมรับว่า ซึ่งแพทย์พยาบาลเสียใจกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น

Advertisement

โดยหลังฟังคำชี้แจงอย่างละเอียด ทำให้พ่อแม่เด็กยอมรับ เข้าใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันยอมรับสภาพไม่ติดใจ พอใจกับการชี้แจงดังกล่าว

ด้าน แพทย์หญิง ชรินพร พนาอรุณวงศ์ หัวหน้ากลุ่มงานกุมารเวชกรรม รพ.นครพนม ในฐานะหัวหน้าทีมแพทย์ พยาบาล ที่ช่วยเหลือ เปิดเผยข้อมูลการรักษาว่า ฝากทำความเข้าใจกับประชาชน รวมถึงพ่อแม่ ผู้ปกครอง ในการรักษาผู้ป่วย ทุกครั้ง ไม่ต้องการเกิดความสูญเสีย ไม่มีใครอยากเป็นฆาตกร ทุกคนทำสุดความสามารถ ตามหลักการแพทย์ แต่กรณีที่เกิดขึ้น ทางทีมแพทย์ พยาบาล ยินดีชี้แจงตามข้อเท็จจริง ที่สำคัญต้องว่าด้วยเอกสารหลักฐาน หลักวิชาการแพทย์ เนื่องจากการซักประวัติ จากแม่พบว่าประวัติก่อนรักษา เด็กที่เสียชีวิต มีอาการไข้ขึ้นสูง มาได้ 4 -5 วัน และมีอาการถ่ายเหลว อาเจียน มากกว่า 30 ครั้ง ต่อวัน และเคยไปตรวจรักษา กินยาที่คลินิกมาก่อน แต่ไม่ดีขึ้น จากนั้น ช่วงเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 9 มีนาคม 2563 พ่อแม่ เด็กได้ นำตัวมารักษาที่โรงพยาบาลนครพนม จึงได้รับตัวเข้าที่ห้องฉุกเฉิน ขณะนั้นเด็กมีอาการชัก ตัวเกร็ง เพราะไข้ขึ้นสูง อุณหภูมิประมาณ 40 องศาเซลเซียส ตาลอย แพทย์พยาบาล ได้ใช้เครื่องช่วยหายใจ และนำยาเข้าทางเครื่องช่วยหายใจ โดยการเข้าน้ำเกลือเป็นไปด้วยความลำบาก เพราะเด็กไม่ตอบสนอง จึงใช้วิธีหาทางเจอเส้นเลือดตรงกระดูกต้นขา ซึ่งช่วงการรักษาได้พุดคุยทำความเข้าใจ พ่อแม่ เด็กตลอด จากนั้น เด็กหมดสติ จึงทำการช่วยชีวิต ตามขั้นตอน ทุกด้าน ทั้งซีพีอาร์ ปั๊มหัวใจ ใช้เวลานานกว่า 45 นาที แต่ก็สุดยื้อ เด็กเสียชีวิต เนื่องจากบอบช้ำ ไม่ตอบสนอง อาจเกิดจากอาการป่วย ไข้ขึ้นมาก่อน ถือเป็นเหตุสุดวิสัย สุดความสามารถ ที่สำคัญถือเป็นกรณีศึกษาบางครั้งอาการช็อกของผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องตัวร้อน ซึ่งการเสียชีวิต วินิจฉัยอาจจะเกิดจากโลหิตเป็นพิษ ตามภาพน้องออโต้มีตัวเขียวคล้ำ ก่อนถึงมือแพทย์

และฝากถึงประชาชน พ่อแม่ผู้ปกครอง ในการทำหน้าที่ของแพทย์ พยาบาล เชื่อมั่นทุกคนทำหน้าที่ด้วยจรรยาบรรณต้องช่วยเหลือคนไข้ให้มีชีวิตรอดทุกคนรอด ขออย่าโยนความผิดให้แพทย์ พยาบาล ทุกอย่างมีองค์ประกอบหลายอย่าง โดยเฉพาะเด็ก พ่อแม่ ผู้ปกครอง ต้องสังเกตอาการตลอด ไม่มั่นใจมีอาการผิดปกติ ให้นำไปพบแพทย์เร็วที่สุด ไม่มีใครอยากเกิดความสูญเสียขึ้น ขอความเห็นใจ