หน้าแรก ภูมิภาค ทัพภาค 3 ส่งท...

ทัพภาค 3 ส่งทหารพรานช่วยชาวบ้านดับไฟป่า 3 จว. เผยค่าฝุ่น ‘เชียงใหม่’ สูงอันดับ 1 โลก

12.03.20 | 11:10 น.

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ที่ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จังหวัดเชียงใหม่ รายงานพบจุดความร้อน หรือ Hotspot จำนวน 456 จุด ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 187 จุด ป่าอนุรักษ์ 260 จุด เขต ส.ป.ก. 5 จุด ชุมชนและอื่นๆ 3 จุด ริมทางหลวง 1 จุด จึงประสานไปยังศูนย์สั่งการระดับอำเภอ แจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่เข้าตรวจสอบและเร่งแก้ไขเป็นการด่วน โดยเช้านี้ชมรมร่มบินเชียงใหม่พบการลุกไหม้ของไฟป่าบริเวณทุ่งข้าวพวง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว เป็นบริเวณกว้าง ขณะที่อำเภอต่างๆ ทั้งโซนเหนือ กลาง และใต้ ยังคงพบไฟป่ากระจายเป็นหย่อมๆ ตั้งแต่ค่ำวานนี้จนกระทั่งเช้านี้


ล่าสุด นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประสานขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทำแผนโครงการอนุมัติจ้างผู้ที่หาของป่าจากบัญชีรายชื่อที่อำเภอได้เคยสำรวจไว้ มาเป็นพนักงานลาดตระเวนและดับไฟในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ ต.ปิงโค้ง ต.ทุ่งข้าวพวง และ ต.เมืองนะ ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงเกิดความร้อนขึ้นสูงและมีไฟป่าเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แม้จะมีมาตรการปิดป่า 100% แล้วก็ตาม โดยจากการตรวจสอบพบว่าเกิดการลักลอบเผาในเขตป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ สภาพป่าที่มีสภาพแห้งแล้ง ทำให้ติดไฟง่ายและลุกลามไปอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ภูเขาสูงชัน ยากต่อการที่หน่วยดับไฟภาคพื้นดินเข้าถึง

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้ออกประกาศจังหวัดเชียงใหม่ เรื่อง กำหนดช่วงเวลาห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิดอย่างเด็ดขาดในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ประจำปีงบประมาณ 2563 ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม-30 เมษายน 2563 เพื่อเน้นย้ำการยกระดับการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันและไฟป่าของจังหวัดเชียงใหม่ หากฝ่าฝืนจะดำเนินการลงโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเฉียบขาดต่อไป และสำหรับผู้ชี้เบาะแสเพื่อนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดจะได้รับรางวัลนำจับรายละ 5,000 บาท

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 โดย พ.อ.กฤติ พันธะสา เลขานุการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 เปิดเผยว่า มีความจำเป็นที่กองทัพภาคที่ 3 ต้องจัดกำลังทหารพรานจากกรมทหารพรานที่ 32 จังหวัดน่าน กรมทหารพรานที่ 31 จังหวัดเชียงราย และกรมทหารพรานที่ 35 จังหวัดกำแพงเพชร จำนวนกว่า 80 นาย เข้ามาปฏิบัติการในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ใน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย และจังหวัดลำปาง เพื่อช่วยเหลือราษฎรและกำลังพลหน่วยอื่น เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า ซึ่งทหารพรานเป็นกำลังกึ่งทหารที่สามารถลาดตระเวนป้องปราม และตรึงกำลังค้างแรมอยู่ภายในป่า พร้อมกับป้องกันการลักลอบเผาป่า ซึ่งถือว่าเป็นการบูรณาการของหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อช่วยสกัดกั้นไฟป่าไม่ให้ลุกลาม ด้วยศักยภาพในการปฏิบัติงาน ทหารพรานจะสามารถช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ดับไฟ ในพื้นที่ยากลำปากได้เป็นอย่างดี และครั้งนี้เป็นพื้นที่ที่เคยเกิดปัญหาไฟป่าซ้ำซาก

ส.อ.วิทยา นันตา ผบ.ชป.ร้อย ทพ.กรม ทพ.32 ปฏิบัติหน้าที่ ผบ.ชป.ควบคุมไฟป่าที่ 1 ร้อย ทพ.3202 ฉก.ทพ.32 กล่าวว่า บางพื้นที่สามารถดับได้ แต่บางพื้นที่ไม่สามารถเข้าดับไฟได้ เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่มีความลาดชัน และเป็นอันตรายในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ อยากขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือช่วยกันรณรงค์และเฝ้าระวังมิให้เกิดไฟป่าไม่ว่าในกรณีใดๆ เพราะการปฏิบัติงานแต่ละครั้งจะต้องใช้กำลังจากหน่วยงานต่างๆ เข้าปฏิบัติงานเป็นจำนวนมาก อีกทั้งไฟป่ายังก่อให้เกิดฝุ่น PM2.5 ที่มีผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่อีกด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้านี้ดัชนีคุณภาพอากาศในพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ จากการตรวจวัดของแอพพลิเคชั่นต่างๆ พบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กสูงจนถึงขั้นอันตรายต่อสุขภาพประชาชนทุกกลุ่ม และ ส่งผลให้ขึ้นสู่อันดับ 1 ของโลกอีกครั้ง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน