เมื่อวันที่ 16 มีนาคม หลังจากที่ เกิดเหตคนร้ายบุกยิงจ่อยิง ร.ต.อ.สมพงศ์ สุดฉิม อายุ 35 ปี พนักงานสอบสวน สภ.ห้วยยอด ขณะกำลังไปออกกำลังภายในสนามกีฬาเทศบาลตำบลห้วยยอดควนหนังขำ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง โดยคนร้ายใช้อาวุธปืนขนาด 38 มม.จ่อยิงเข้าบริเวณศีรษะ 1 นัด และยิงซ้ำเข้าบริเวณศีรษะด้านหลังซีกขวาอีก 1 นัด และเสียชีวิตในเวลาต่อมาสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าน่าจะเกิดจากประเด็นชู้สาวและปัญหาขัดแย้งส่วนตัว ต่อมาคนร้ายคือนายอรุณ โพธิ์ถาวร อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 220 หมู่ 2 ต.ทุ่งต่อ อ.ห้วยยอด หลังก่อเหตุพร้อมอาวุธปืนก็ได้เข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.ห้วยยอดทันที โดยตำรวจได้แจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และไตร่ตรองไว้ก่อน พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไปในเมือง ที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต
ล่าสุด พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง พ.ต.อ.อาคม บัวทอง รองผบก.ภจว.ตรัง พร้อมด้วย พ.ต.อ.ประดิษฐ์ ชัยพล ผกก.สภ.ห้วยยอด พนักงานสอบสวน สภ.ห้วยยอด และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดตรัง ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน และตรวจสอบวิถีกระสุนปืน และหลังจากนั้นได้เดินทางกลับไปที่รพ.ห้วยยอด ซึ่งได้มีบรรดาญาติ ภรรยา และลูกชายของร.ต.อ.สมพงศ์ สุดฉิม พนักงานสอบสวน สภ.ห้วยยอด รอรับศพเพื่อนำกลับไปทำพิธีทางศาสนาที่วัดปากแจ่ม อ.ห้วยยอด จ.ตรัง หลังจากที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรังพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลห้วยยอดร่วมกันชันสูตรพลิกศพและผ่าหัวกระสุน ขนาด .38 แล้วเพื่อเก็บรวบรวมไว้เป็นพยานหลักฐาน

หลังจากนั้น พล.ต.ต.ถาวร ได้เดินทางไปที่สภ.ห้วยยอด เพื่อสอบปากคำผู้ต้องหาและพยานด้วยตนเอง ทั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ทางด้านพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยยอด คัดค้านการประกันตัว และเตรียมส่งฝากขังศาลจังหวัดตรังในวันนี้
พล.ต.ต.ถาวร กล่าวว่า สำหรับคดีนี้ในการสอบสวน เบื้องต้นอาจจะเป็นเรื่องการเข้าใจผิดและเป็นเรื่องส่วนตัวที่คนร้ายอาจมีอารมณ์หึงหวง ทั้งนี้ จากการที่ได้ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นก็ไม่มีเรื่องอะไรลึกซึ้งที่จะเป็นเรื่องอื่นมากกว่านี้ และทาง ร.ต.อ.สมพงศ์ สุดฉิม ก็เป็นคนที่ตั้งใจทำงาน และเสียดายความรู้ความสามารถทำให้เราเสียบุคลากรที่ดีไป แต่อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจก็จะให้ความเป็นธรรมในทุกๆฝ่าย และตอนนี้ผู้ต้องหามอบตัวพร้อมกับอาวุธปืน .38 แล้ว เขาก็ยอมรับว่ามีอารมณ์หึงหวง ทั้งนี้ เราเสียใจไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ สาเหตุเกิดจากประเด็นส่วนตัว
ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดรถของผู้ต้องหาคือ รถยนต์เก๋ง สีส้ม ป้ายทะเบียน กต8759 ตรัง มาตรวจสอบเพื่อหาพยานหลักฐานอื่นๆ ส่วนรถยนต์กระบะสี่ประตู สีบรอนด์ ป้ายทะเบียน กฉ 472 ตรัง ยังคงจอดอยู่ที่สนามกีฬารอญาติไปรับคืน
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่าก่อนเกิดเหตุยิงกันนั้น ผู้ต้องหาได้ขับรถยนต์เก๋งคันดังกล่าว ตามผู้ตายไปที่สนามกีฬา ซึ่งผู้ตายมักไปออกกำลังกายทุกวันหลังเลิกงานก่อนกลับบ้าน จากนั้นได้มีการเข้าไปพูดคุยกับผู้ตาย เพื่อตกลงปัญหาบางอย่าง แต่ตกลงกันไม่ได้ จึงมีเหตุชกต่อยกันเกิดขึ้น จากนั้นผู้ต้องหาได้ใช้อาวุธปืนที่เตรียมไปจ่อยิงผู้ตายดังกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

