หน้าแรก ภูมิภาค ฉะเชิงเทรา แจ...

ฉะเชิงเทรา แจ้งยอดป่วยโควิด-19 แล้ว 4 ราย รอผลอีก 2 ราย ยันติดเชื้อจากนอกพื้นที่เข้ามา

19.03.20 | 14:51 น.

ฉะเชิงเทรา แจ้งยอดป่วยโควิด-19 แล้ว 4 ราย รอผลอีก 2 ราย ยืนยันติดเชื้อจากนอกพื้นที่เข้ามา

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ยืนยันผลแล้วจำนวน 2 ราย คือ นายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา และ นางสุรวดี เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายกสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นภรรยานายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งบุคคลทั้งสองได้ให้ความร่วมมือแจ้งให้ผู้ใกล้ชิดและประชาชนทั่วไป ทราบว่าเป็นผู้ติดเชื้อดังกล่าว และได้เข้าไปอยู่ในความดูแลรักษาทางการแพทย์แล้ว โดยยังอยู่ในอาการปลอดภัย ว่า ขณะนี้มีผู้ที่ยังอยู่ระหว่างรอการยืนยันผลอีกจำนวน 2 ราย โดยมีการตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว แต่ต้องรอการยืนยันผลจากแล็บซ้ำสองอีกครั้งหนึ่ง โดยทั้ง 4 รายนี้เป็นการติดเชื้อมาจากภายนอกจังหวัดทั้งสิ้น และยังไม่พบว่ามีการได้รับเชื้อจากคนภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา แม้แต่รายเดียว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน
 

“ได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนทำงานกันอย่างเข้มแข็ง ในการตรวจสอบหากกลุ่มเสี่ยง ส่วนใหญ่เป็นระดับผู้นำชุมชน สมาชิกสภา อบจ. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำทางด้านต่างๆ ที่ได้สัมผัสใกล้ชิดกับ นายก ไก่ โดยนำภาพถ่ายในช่วงวันที่ 8-15 มีนาคม ที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์สัมผัสกับนายก ไก่ รวมกว่า 485 คน และมีกลุ่มเสี่ยงอีก 24 คน ทั้งหมดนี้อยู่ในระหว่างกักตัวเองอยู่ในระยะเวลา 14 วัน” ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าว และว่า เช่นเดียวกันกับตนเอง ที่ต้องกักตัวด้วยเช่นกัน เนื่องจากได้ไปพบกันกับ นายก ไก่ มาด้วย

นอกจากนี้ ได้สั่งขยายระยะเวลาการปิดสถานบริการ/โรงภาพยนตร์/โรงมหรสพ/ค่ายมวย/โรงเรียนนอกระบบ ไปจนถึง 31 มีนาคม 2563 เพื่อประโยชน์ในการป้องกันการฟุ้งกระจายของเชื้อโรคไวรัสโควิด-19

นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา พบการกระจายเชื้อไวรัสดังกล่าว และมีสิ่งบอกเหตุว่าจะมีผู้สัมผัสกับเชื้อไวรัสดังกล่าวเพิ่มขึ้น ดังนั้น เพื่อให้การป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22 (6) (7) มาตรา 35 และมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฉะเชิงเทรา

Advertisement

จึงมีคำสั่งให้ดำเนินการขยายระยะเวลาการปิดสถานประกอบการ ดังนี้ สถานบริการที่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 ทุกแห่ง /สถานประกอบการที่จำหน่ายอาหาร สุรา หรือเครื่องดื่มอย่างอื่น และมีการแสดงดนตรี หรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิง ซึ่งเป็นสถานที่ขนาดใหญ่และรองรับผู้เข้าใช้บริการจำนวนมาก ตั้งแต่ 50 ที่นั่งขึ้นไป และมีสภาพปิด (ห้องปรับอากาศ) /โรงภาพยนตร์/โรงมหรสพทุกแห่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา /สถานประกอบการที่ให้บริการเกี่ยวกับการออกกำลังกาย โยคะ ที่อยู่ภายในอาคาร สระว่ายน้ำทุกแห่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา /ให้ปิดสถานที่ฝึกสอน ฝึกซ้อมกีฬามวย หรือค่ายมวยทุกแห่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา/ให้ปิดโรงเรียนนอกระบบ ประเภท สอนศาสนา ศิลปะ และกีฬา วิชาชีพ กวดวิชา และสร้างเสริมทักษะชีวิต ทุกแห่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2563

และเพื่อประโยชน์ในการป้องกันการฟุ้งกระจายของเชื้อโรค และการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง ตามหลักวิชาการ ผู้ใดประสงค์ฉีดพ่นสารเคมีเพื่อฆ่าเชื้อโรค ทั้งเรียกเก็บค่าบริการและไม่เรียกเก็บค่าบริการ ให้ระงับการดำเนินการไว้ก่อน หากประสงค์จะดำเนินการฉีดพ่นสารเคมีเพื่อฆ่าเชื้อโรค ขอให้ไปยื่นคำขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ณ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอในพื้นที่

พร้อมทั้งนำอุปกรณ์ที่จะใช้ในการฉีดพ่น และสารเคมีที่ประสงค์จะฉีดพ่น มาให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ตรวจสอบก่อนดำเนินการ รวมถึงให้ผู้ขับขี่รถสาธารณะทุกประเภท เช่น รถโดยสารสาธารณะ รถตู้โดยสารสาธารณะ รถจักรยานยนต์สาธารณะ ฯลฯ สวมใส่หน้ากากอนามัยในระหว่างการขับขี่รถสาธารณะ

ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่ง อาทิ ไม่ขยายเวลาปืดสถานประกอบการที่กำหนดตามคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ 1/2563 และ 2/2563 ไม่ปิดสถานที่ฝึกสอน ฝึกซ้อมมวย หรือไม่ปิดโรงเรียนนอกระบบ เป็นต้น จะมีความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และการฝ่าฝืนคำสั่งนี้ยังเป็นความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 วัน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อีกด้วย