เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม เวลา 09.00 น. ที่บริเวณสระน้ำบ้านหนองหิน หน้า สภ.ย่อยศิลา หมู่ 22 บ้านหนองหิน ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ได้มีชาวบ้านจากทั่วสารทิศใน จ.ขอนแก่น กว่า 1 พันคน พากันเข้าร่วมการแข่งขันจับปลา ชิงเงินรางวัลที่นายณรงค์ ศรีวงค์แก้ว อายุ 57 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 22 พร้อมด้วยคณะกรรมการหมู่บ้านจัดขึ้น ตามโครงการลงแหจับปลาล่าเหยื่อออกจากบ่อสระหนองหิน ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวทางคณะกรรมการหมู่บ้านได้จัดขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อเป็นการล้างบ่อหลังจากที่ได้ปล่อยพันธุ์ปลาขนาดเล็กไปจนครบ 3 ปี ซึ่งมีปลานิล ตะเพียน สวาย กราย จีน กาดำ ไน กระโฮ้ ชะโด ตองกราย และพันธุ์อื่นๆ
สำหรับสระน้ำบ้านหนองหินมีเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ น้ำลึก 1.5-2 เมตร ชาวบ้านที่ชื่นชอบการแข่งขันทำตามกติกาเสียค่าแข่งขันจับปลาโดยใช้แหเดินฝั่ง 200 บาท และอยู่บนแพ 200 บาท ใช้แหในการจับปลาเท่านั้น และเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น. เพื่อชิงเงินรางวัล ใครได้ปลาน้ำหนักมากที่สุดได้อันดับ 1 เงินรางวัล 700 บาท อันดับ 2 เงินรางวัล 500 บาท และอันดับ 3 เงินรางวัล 300 บาท หลังจากนั้นก็จะปล่อยให้ผู้เข้าแข่งขันได้จับปลาในบ่อไปจนถึงเวลา 18.00 น. ของวันดังกล่าว โดยมีพ่อค้า-แม่ค้ามารอรับซื้อปลาถึงริมสระน้ำ

นายณรงค์ ศรีวงค์แก้ว เปิดเผยว่า คณะกรรมการหมู่บ้านหนองหินได้รับการสนับสนุนพันธุ์ปลาจากกรมประมง และนำไปปล่อยไว้ตามธรรมชาติในบ่ออนุบาลปลาซึ่งอยู่ใกล้เคียง เมื่อครบกำหนด 1 ปี ก็จะทำการประชาคมหมู่บ้านเพื่อกำหนดวันที่จะเปิดบ่อปลาปล่อยลงในสระน้ำหนองหิน เมื่อปลาในสระน้ำหนองหินมีปลาขนาดใหญ่อยู่เป็นจำนวนมาก ถ้าปล่อยพันธุ์ปลาใหม่ไปแล้วก็จะเป็นอาหารของปลาตัวใหญ่ คณะกรรมการจึงได้มีโครงการเปิดให้ผู้ที่ชื่นชอบในการทอดแหหาปลาล่าปลาตัวใหญ่ออกจากสระน้ำหนองหินด้วยกติกาดังกล่าว
ชาวบ้านที่มาแข่งขันจับปลามีนายอดิศักดิ์ มาลาคำ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99 หมู่ 13 ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น จับได้ปลากะโห้ น้ำหนัก 9 กก. นายอนุชิต บำรุง อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 136 หมู่ 2 บ้านหนองแสง ต.บ้านผือ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ได้ปลาชะโด น้ำหนัก 6.5 กก. และนายสุรพล เดชสุรินทร์ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 149/13 หมู่ 1 บ้านน้อยสามเหลี่ยม ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น จับได้ปลากะโห้น้ำหนัก 11 กก. นอกจากนี้ได้มีผู้เข้าแข่งในโครงการดังกล่าวยังจับได้ปลามากบ้างน้อยบ้าง น้ำหนัก 2-5 กก. นำมาขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่มารับซื้อถึงริมสระน้ำในราคาที่ทั้งสองฝ่ายพอใจซึ่งกันและกัน โดยยังไม่ทราบว่าผู้ที่ชนะทอดแหหาปลาได้น้ำหนักเยอะที่สุดคือใคร

สำหรับเงินรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้วนำไปใช้ในการพัฒนาปรับปรุงแหล่งน้ำแห่งนี้ และใช้ในการจัดกิจการสาธารณประโยชน์ด้านต่างๆ ซึ่งนอกเหนือจากประโยชน์ดังกล่าวแล้ว ยังเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนในหมู่บ้านและข้างเคียง อีกทั้งยังเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์หลังจากว่างเว้นจากการทำนาในช่วงฤดูแล้งอีกด้วย

