หน้าแรก ภูมิภาค ชาวนาเมืองพิษ...

ชาวนาเมืองพิษณุโลกเฮไถนาหว่านข้าว สวนทางเกษตรกรชาวไร่ผักช้ำ เจอฝนตกต่อเนื่อง

11.07.16 | 11:13 น.

ฝนตกชาวนาเฮต่างไถที่ในแปลงนาหว่านข้าวดำนา ส่วนข้าวที่ปลูกไว้ออกรวงชูช่อหลังได้รับน้ำอย่างเพียงพอแม้บางพื้นที่จะเสียหายเนื่องจากน้ำท่วมขังบ้างแต่ก็ส่วนน้อย ส่วนชาวไร่ผักบึงพระสุดช้ำผักคะน้ากวางตุ้งที่ปลูกไว้เสียหายยับเยิน เน่าเสียทั้งแปลงแถมราคาตกบางรายจำยอมต้องไถทิ้ง โอดเงินที่ลงทุนไปสูญเปล่า ก้มหน้าจ่ายดอก ธ.ก.ส.ตามยถากรรม

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้ระดับในเขื่อนนเรศวร อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งระดับน้ำในแม่น้ำแควน้อยก็สูงขึ้นเช่นกัน โดยปริมาตรน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำที่เขื่อนแควน้อยอยู่ที่ 23.94 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้มีน้ำกักเก็บอยู่ในอ่างจำนวน 379 ล้านลูกบาศก์เมตร มีน้ำใช้การได้จริง 336 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้ชาวนาในหลายพื้นที่ของ จ.พิษณุโลก และจังหวัดใกล้เคียงเริ่มไถนาเพื่อหว่านข้าวดำกล้ากันแล้ว ส่วนแปลงนาที่ข้าวเริ่มออกรวงตั้งท้องต่างใจชื้นรอคอยเก็บเกี่ยวผลผลิตกันด้วยใจจดใจจ่อ แต่ก็มีนาข้าวในที่ลุ่มหลายแห่งโดยเฉพาะที่ อ.นครไทย อ.บางกระทุ่ม ต้องได้รับผลกระทบจากน้ำที่ไหลหลากเข้าท่วมขังจนทำให้ต้นข้าวได้รับความเสียหายเกือบ 2 พันไร่

ขณะที่ชาวไร่ผักในเขต ต.บึงพระ อ.เมืองพิษณุโลก ซึ่งเป็นแหล่งปลูกผักที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัด ได้รับผลกระทบจากการที่ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องเต็มๆ โดยนายสมศักดิ์ โตกำแพง อายุ 58 ปี ชาวไร่ผักหมู่ 8 ต.บึงพระ เปิดเผยว่า ตนลงทุนปลูกผักคะน้าไว้ 5 ไร่ ลงทุนไปกว่า 4 หมื่นบาท จนสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว แต่ต้องมาเจอฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน ทำให้ผักคะน้าเสียหายทั้งหมด ไม่สามารถตัดขายได้ คงต้องทิ้งผลผลิตรอบนี้ไป เตรียมไถที่ปลูกใหม่ หนี้ ธ.ก.ส.ก็คงจะส่งได้แค่ดอกเบี้ย เพราะขาดทุนไปแล้ว อีกทั้งช่วงนี้ราคาผักไม่ว่าจะเป็นคะน้า กวางตุ้ง ถูกกดราคาลงต่ำมาก แม้ผักจะไม่เสียหายจากฝนตัดขายไปก็ไม่คุ้มทุน เพื่อนบ้านบางรายซื้อปุ๋ยซื้อยาเป็นเงินเชื่อ ก็คงไม่มีเงินไปใช้หนี้ให้กับร้านค้า การลงทุนรอบใหม่ก็คงต้องอาศัยกู้เงินนอกระบบมาลงทุนกันต่อไป และอยากให้ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดหรืออำเภอส่งเจ้าหน้าที่มาสำรวจความเสียหายให้กับชาวไร่ผัก ต.บึงพระ ด้วย เผื่อภาครัฐจะเยียวยาหรือหาหนทางช่วยเหลือกันได้