ประจวบฯ แนะวิธีจัดการ ‘หน้ากากใช้แล้ว’ ป้องกันแพร่เชื้อเพิ่ม!

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม นายธีรพันธ์ นันทกิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้ขณะนี้มีขยะประเภทหน้ากากอนามัยแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งมากขึ้น หากมีการบริหารจัดการไม่ถูกต้องอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ล่าสุดจังหวัดจึงได้มีหนังสือแจ้งไปทั้ง 8 อำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่ปฏิบัติตามมาตรการจัดการหน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธี ได้แก่ กรณีบุคคลทั่วไป ต้องเก็บรวบรวมหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วในแต่ละวันใส่ถุงขยะ 2 ชั้น ทำลายเชื้อด้วยน้ำยาฟอกขาวแล้วมัดปากถุงให้แน่น เก็บรวบรวมส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบสำหรับเก็บ บรรทุกหรือกำจัดขยะมูลฝอยของเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)

“กรณีบุคคลที่มีภาวะเสี่ยงสูง ต้องทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วในถังขยะติดเชื้อหรือถังขยะเฉพาะสำหรับแยกทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วและควรมีฝาปิดถังขยะอย่างมิดชิด โดยวิธีการทิ้งที่ถูกต้องควรถอดหน้ากากออกโดยไม่สัมผัสด้านในของหน้ากาก จากนั้นพับหน้ากากโดยเก็บส่วนที่สัมผัสกับหน้าให้อยู่ด้านใน แล้วม้วนสายรัดหรือสายที่คล้องหูพันรอบหน้ากาก ก่อนทิ้งลงในถังขยะติดเชื้อรวบรวมส่งให้โรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในท้องที่ดำเนินการส่งกำจัดอย่างถูกวิธีเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อน” นายธีรพันธ์กล่าว

นายแพทย์สุริยะ คูหะรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า หน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วถือเป็นขยะติดเชื้อ หากเป็นสถานบริการสาธารณสุขของภาครัฐจะมีการเก็บแยกตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด จากนั้นจะจ้างบริษัทภาคเอกชนนำไปบำบัด ส่วนกรณีของประชาชนที่ใช้หน้ากากแบบกระดาษวันเดียวทิ้งแนะนำให้นำหน้ากากบรรจุในถุงพลาสติคแล้วมัดให้แน่นเพื่อนำไปทิ้งในถังขยะของเทศบาลและ อบต.จะช่วยป้องกันการแพร่เชื้อ และเพื่อลดจำนวนขยะจากหน้ากากอนามัยที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขอแนะนำให้ใช้หน้ากากแบบผ้า ซึ่งสามารถนำไปซักแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้ยืนยันว่ามีความปลอดภัยเช่นกัน

Advertisement
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image