เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าที่โรงเรียนบ้านฉู่ฉี่ ม.4 ต.บางจะเกร็ง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม มีเด็กนักเรียนป่วยเป็นโรคมือเท้าปากเป็นจำนวนมากจนต้องสั่งปิดโรงเรียนเป็นเวลา 10 วัน เริ่มตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 20 กรกฎาคม ขณะที่คณะครูอาจารย์ เจ้าหน้าที่ อสม. ตลอดจนเจ้าหน้าที่จากเทศบาลตำบลบางจะเกร็ง นำรถน้ำดับเพลิงผสมน้ำยาฆ่าเชื้อมาฉีดพ่นบริเวณสนามเด็กเล่น ห้องเรียน ใต้ถุนอาคารเรียน รวมทั้งเช็ดและทำความสะอาดอุปกรณ์การเรียนการสอน
น.ส.ยุพา ดอกไม้จีน รักษาราชการแทนผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าวว่า โรงเรียนบ้านฉู่ฉี่เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)สมุทรสงคราม เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล – ป.6 ปัจจุบันมีเด็กนักเรียนจำนวน 56 คน มีคณะครูอาจารย์ 6 คน โดยเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ทางโรงเรียนพบว่าเด็กนักเรียนหญิงชั้นอนุบาลคนหนึ่ง ป่วยเป็นโรคมือเท้าปาก จึงสั่งให้หยุดเรียนไว้ก่อนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว กระทั่งเปิดเรียนสัปดาห์แรกสังเกตพบเด็กนักเรียนป่วยเป็นโรคมือเท้าปากโดยมีเม็ดตุ่มใสๆ ขึ้นภายในช่องปากเพิ่มขึ้นอีก 7 คน รวมเป็น 8 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนผู้หญิงชั้น ป.3 – ป.5
นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มว่าเด็กนักเรียนจะป่วยเป็นโรคมือเท้าปากกันอีกเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องสั่งปิดโรงเรียนตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 20 ก.ค. โดยจะเปิดเรียนตามปกติในวันที่ 21 ก.ค. อย่างไรก็ตาม หลังจากสั่งปิดโรงเรียนแล้วได้ประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ อสม.และเทศบาลตำบลบางจะเกร็งให้มาช่วยกันทำความสะอาดโรงเรียนด้วยน้ำยาที่มีส่วนผสมของคลอรีน เช่น ไฮเตอร์ ไฮยีนคลอร็อกซ์ ทิ้งไว้ 10 นาที ก่อนล้างออกด้วยน้ำให้สะอาดเพื่อป้องกันสารเคมีตกค้าง ส่วนของที่มีการนำเข้าปาก เช่น อุปกรณ์สำหรับการรับประทานอาหารและแก้วน้ำรวมทั้งของเล่นทั้งในห้องเรียน อุปกรณ์การเรียนการสอนต่างๆ ต้องล้างด้วยน้ำและสบู่ หรือผงซักฟอก แล้วนำไปตากแดดหรือเช็ดให้แห้ง เนื่องจากเกรงว่าเชื้อโรคมือเท้าปากจะแพร่กระจายไปมากกว่านี้
น.ส.วรรณา วรรณอ่อน เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน รพ.สต.ตำบลฉู่ฉี่ กล่าวว่า โรคมือเท้าปากเป็นโรคเกิดจากการติดเชื้อไวรัส พบได้บ่อยในทารกและเด็กเล็ก ทำให้มีอาการไข้ เป็นแผลในปาก มีตุ่มน้ำใสตามฝ่ามือ ฝ่าเท้า และลำตัว ส่วนสาเหตุของโรคมือเท้าปากนั้นเกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่มแอนเทอโรไวรัส ซึ่งมีมากกว่า 100 สายพันธุ์ และสามารถติดต่อโดยตรงจากการสัมผัสกับสารคัดหลั่งของจมูก ลำคอ น้ำลาย และน้ำจากตุ่มใส รวมถึงอุจจาระของผู้ป่วยที่มีเชื้ออยู่ นอกจากนี้ยังติดต่อทางอ้อมจากการสัมผัสของเล่น พื้นผิวสัมผัสที่มีการปนเปื้อนของเชื้อ อาหารหรือน้ำดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อ ตลอดจนมือของผู้เลี้ยงดู โดยสถานที่ที่มักพบการกระบาดของโรค ได้แก่ สถานรับเลี้ยงเด็กและโรงเรียนอนุบาล โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนโรคนี้จะแพร่กระจายได้ดี

