ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอติวรรธน์ หอมนาน ประธานสภาเกษตรกรพะเยา จ.พะเยา กล่าวว่า ในพื้นที่พะเยา 68 ตำบล 9 อำเภอ มีพื้นที่ปลูกข้าวกว่า 620.000 ไร่ และอำเภอที่มีพื้นที่ปลูกข้าวมาก 3 อำเภอคือ อ.ดอกคำใต้ กว่า 130.000 ไร่ อ.จุน 90.000 ไร่ และ อ.เชียงคำ 83.901 ไร่ นอกนั้นแต่ละอำเภอมีพื้นที่ทำนารองลงมาตามลำดับ ทั้งจังหวัดสามารถผลิตข้าวได้ไม่น้อยกว่า 240.000 ตัน และเกษตรกรปลูกข้าวเจ้ามากกว่าข้าวเหนียวนึ่งถึง 60% ล่าสุดพื้นที่นาเกษตรกรปลูกไปแล้วไม่น้อยกว่า 85% ส่วนมากจะใช้วิธีหยอด-หว่านด้วยรถไถนา
นายอติวรรธน์กล่าวอีกว่า ในพื้นที่พะเยา 9 อำเภอ จะเรียกการบริหารงานออกเป็น 2 พื้นที่คือ หน้าเขา เช่น อ.เมืองพะเยา, แม่ใจ, ดอกคำใต้ และ อ.ภูกามยาว ส่วนหลังเขาคือ อ.จุน, เชียงม่วน, ปง, ภูซาง และ อ.เชียงคำ ภาพรวมในการทำนาที่ผ่านมากว่า 20-30 ปี จะให้วิธีดำนาด้วยแรงงานชาวบ้าน หรือลงแขกดำนาด้วยมือแต่มาล่าสุดกว่า 5-10 ปี 80% จะใช้วิธีหว่านและหยอด เพราะสะดวกและลดต้นทุนในการผลิตการทำนา และในพื้นที่พะเยาก็ยังมีเจ้าของที่นาโดยเฉพาะชาวนาหลังเขา 5 อำเภอ ยังนิยมปลูกนา, ดำนาด้วยมือในรูปแบบลงแขกเอามื้อกัน ในส่วนค่าแรงในการปลูกในเวลานี้ จะไม่ค่อยมีแรงงานที่จะมารับจ้าง และผู้ที่ปลูกนาเป็นก็จะเป็นคนรุ่นเก่า ทำให้ค่าจ้างในการปลูกนาพุ่งขึ้นวันละ 400-500 บาท
ส่วนสาเหตุที่ค่าแรงในการดำนาพุ่งสูงขึ้น สืบเนื่องมาจากปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ถึงแม้ว่าจะมีแรงงานต่างชาติ 3 ประเทศ ก็ตามแต่ก็ปลูกได้ไม่ดีไม่มีฝีมือเหมือนชาวนาคนไทย และการปลูกนาของชาวบ้านมีเทคนิคในการปลูก หรือปราชญ์ท้องถิ่นชาวนาที่มีมากว่า 100 ปี ประกอบกับการทำไร่ไถนาก็จะไม่ใช้วัว-ควายไถแล้วหันไปใช้รถอีต๊อกไถนา

