ผู้ว่าฯพะเยา เผยพบผู้ป่วยโควิดอาการหนัก 2 ราย อยู่ระหว่างรักษาตัวในโรงบาล

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม นายกมล เชียงวงค์ ผู้ว่าราชการ จ.พะเยา ร่วมกับทุกภาคส่วนประกอบด้วยนายชุติเดช มีจันทร์ รองผู้ว่าฯ พะเยา ปลัดจังหวัด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และผู้อำนวยการโรงพยาบาลพะเยา แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในพื้นที่พะเยา กรณีเกี่ยวกับการพบผู้ป่วย ที่ได้รับการยืนยันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 รวม 2 ราย และยังพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค 35 ราย กลับบ้านแล้ว 31 ราย ยังพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล 4 ราย ผู้ป่วยยืนยันรายแรกอยู่ในพื้นที่ อ.จุน เป็นผู้ชายอายุ 65 ปี ประวัติทำงานสถานบันเทิงย่านอโศก กทม. เริ่มป่วยตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม ที่ผ่านมา ด้วยอาการไข้- ไอ- เจ็บคอ- มีน้ำมูก เบื้องต้นหยุดงานรักษาด้วยเอง ซื้อยามารับประทานเองที่บ้านพัก กทม. จากนั้นเมื่อวันที่ 21 มีนาคม ได้เดินทางกลับภูมิลำเนาบ้านเกิดที่พะเยา เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว พร้อมเพื่อนบ้านที่อยู่ในภูมิลำเนาเดียวกัน และพักในบ้านของตนเอง จากนั้นวันที่ 24 มีนาค ผู้ป่วยมีอาการไข้สูงปวดเมื่อยตามตัวอย่างรุนแรง ญาตินำไปรักษาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) และนำตังส่งต่อไปยังโรงพยาบาลอำเภอ ผลการตรวจอย่างเป็นทางการ พบมีการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ต่อมาทางโรงพยาบาล ได้นำผู้ที่สัมผัสกับผู้ป่วย,กลุ่มเสี่ยงทุกรายได้รับการกักตัวที่บ้านรวม 14 วัน ภาพรวมของโรคระบาดไวรัสโคโลนา 2019 หรือโดวิด-19 ในพื้นที่พะเยา 68 ตำบล 9 อำเภอ ได้ระบาดกระจายในพื้นที่แล้ว 4-5 อำเภอเช่น อ.เมือง,แม่ใจ,ดอกคำใต้,ภูซาง-จุน และ อ.เชียงคำ

นายกมล กล่าวต่อว่า ผู้ป่วยรายที่ 2 เป็นผู้หญิงอายุ 47 ปี อยู่ในพื้นที่ ต.เจดีย์คำ อ.เชียงคำ ประวัติทำงานในสถานบริการร้านนวดแผนโบราณ ในกรุงเทพฯ ได้เดินทางกลับกลับบ้านเกิดภูมิลำเนาเดิม เดินทางด้วยรถทัวร์โดยสายทางกรุงเทพ – อ. เชียงของ จ.เชียงราย และผ่านพะเยา-เชียงคำ ออกเดินทางวันที่ 22 มีนาค ถึงภูมิลำเนาวันที่ 23 มีนาคม และระหว่างวันที่ 23 – 27 มีนาคม พักอยู่ที่บ้านตลอดและอยู่คนเดียวในบ้าน จากนั้นวันที่ 27 มีนาค  มีอาการป่วยไข้ได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ผลการตรวจปรากฏว่าพบเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในด้านผู้ที่สัมผัสอยู่ใกล้เคียง อยู่ระหว่างติดต่อควบคุมกักตัวรอดูอาการข้างเคียงเป็นเวลา 14 วัน และทางจังหวัดได้ออกคำสั่ง มอบหมายให้นายอำเภอทั้งสองพื้นที่ประกาศใช้ภายใต้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เพื่อควบคุม และสั่งห้ามประชาชน เข้าไปในพื้นที่อันตราย ที่อาจจะมีการติดเชื้อ รวมไปถึงให้มีการกั้นตั้งจุดสกัด เพื่อทำการคัดกรองบุคคล ที่จะเข้าออกทั้ง 2 พื้นที่อย่างเป็นทางการโดยเข้มงวด แล้วยังสั่งการให้ผู้นำท้องถิ่นทุกระดับ เฝ้าระวังผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ,ต่างจังหวัดหรือกลับจากกรุงเทพฯ

ทางด้านด้านนายชุติเดช มีจันทร์ รองผู้ว่าราชการพะเยา ยังได้กล่าวว่าอีกว่าได้มีการเตรียมมาตรการ ในเชิงรุกตั้งด่านชุมชนป้องกันมาอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชาวโมง เพื่อดำเนินการป้องกันการคัดกรองผู้ติดเชื้อ เพื่อทำการตรวจคัดกรองผู้ที่จะเข้า-ออกหมู่บ้าน พร้อมประกาศให้ทั้ง 2 หมู่บ้านเป็นหมู่บ้านประสบภัยพิบัติ ทั้งนี้เพื่อสะดวกที่จะเข้าไปดำเนินการควบคุมช่วยเหลือได้อย่างท่วงที ในส่วนของคณะกรรมการโรคติดต่อระดับจังหวัด ได้มีคำสั่งปิดสถานที่เสี่ยงทั่วไปให้ครอบคลุมทั้งจังหวัดรวม 68 ตำบล 9 อำเภอ และให้ปิดในวันที่ 30 มีนาคมนี้เป็นต้นไป ในส่วนร้านให้ปิดบริการลูกค้าเวลา 22.00 น. และงดการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ด้านอาหารให้ซื้อกลับไปรับประทานที่บ้าน รวมถึงร้านสะดวกซื้อให้เปิดตั้งแต่เวลา 05.00-22.00 น ด้านข้อปลีกย่อยทางทางคณะกรรมการโรคติดต่อระดับจังหวัด จะพิจารณาตามความเหมาะสมตามสถานการณ์ของโรคระบาดไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon